ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนกับหวงลู่หนานปะทะคารมกันอยู่ เสียงของศิษย์วังเทียนฉือที่อยู่ห่างออกไปไกลๆก็ดังขึ้น ทำให้ต้วนหลิงเทียนฮ่วนเอ๋อ หงเฟย หลิวเจี้ยนรวมถึงหวงลู่หนานหันไปมองตามต้นเสียงทันที
“เป็นผู้เฒ่าคนนั้นอีกแล้ว…”
ต้วนหลิงเทียนที่เงยหน้าไปชำเลืองมองปราดเดียว ก็จดจำได้ทันทีว่าอาวุโสตำหนักลองกระบี่ที่มา ก็คือชายชราคนเดียวกับเมื่อไม่กี่วันก่อนที่ทำเรื่องลงทะเบียนท้าชิงตำแหน่งศิษย์อัจฉริยะให้เขากับฮ่วนเอ๋อ บริเวณหน้าตำหนักลองกระบี่
“หวงลู่หนาน ต้วนหลิงเทียน…พวกเจ้ามาถึงกันแล้วหรือยัง?”
ทันทีที่อาวุโสตำหนักลองกระบี่มาถึง มันก็เหินร่างไปหยุดยังเกาะกลาง ยังอยู่เหนือตำแหน่งที่ตั้งแท่นศิลาที่สลักคำ สังเวียนอัจฉริยะ พลางกล่าวถามออกมาเสียงเรียบ
ถึงแม้เสียงพูดมันจะฟังดูไม่ได้ดังอะไรมากมาย แต่คล้ายมีพลังเวทมนตร์ ทำให้สุรเสียงกังวานเข้าหูทุกคนชัดถ้อยชัดคำ
“ศิษย์น้องไปเถอะ…ข้าเองก็อยากรู้จริงๆ ว่าไอ้หนูนั่นมันมีดีอะไร ไฉนใต้เท้าจักรพรรดิอมตะทุ่งขจี ฉือหล่าง ถึงต้องไปรับตัวมันมา”
หลิวเจี้ยนกล่าวกับหวงหลง
ถึงแม้ว่ามันกับหวงลู่หนานจะอยู่ใต้จักรพรรดิอมตะสมญานามของวังเทียนฉือเช่นกัน แต่จักรพรรดิอมตะสมญานามที่เป็นอาจารย์ของมัน กลับมีพลังฝีมืออ่อนด้อยกว่าฉือหล่างหลายส่วน
และในอดีตหลิวเจี้ยนก็อยากเข้าร่วมด่านของฉือหล่าง กระทั่งกล่าวร้องขอฉือหล่างก็แล้ว แต่สุดท้ายก็โดนปฏิเสธกลับมา