ผู้ที่มาหาเขาก็คือศิษย์ลำดับที่ 6 ของฉือหล่าง หงเฟย
“อั้ย ศิษย์น้องเล็ก…วันนี้เป็นวันท้าประลองชิงตำแหน่งศิษย์อัจฉริยะของเจ้าทั้งที จะขาดศิษย์พี่ไปให้กำลังใจได้อย่างไร เจ้าดูสิข้าไม่เหมือนศิษย์พี่คนอื่นใช่ไหม? ข้าน่ะใจดีกับศิษย์น้องเสมอล่ะ จำไว้เลยตอนเจ้ามีปัญหา เจ้าอาจไม่เห็นคนอื่น แต่เจ้าจะเห็นข้าเสมอ!!”
หงเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้มร่าพลางตบหน้าอกที่เต็มไปด้วยหนั่นเนื้อ แลดูเที่ยงธรรมนัก
“ว่าแต่ศิษย์พี่หงเฟยรู้ได้ยังกัน ว่าวันนี้ข้าต้องขึ้นประลองชิงตำแหน่งศิษย์อัจฉริยะ?”
ต้วนหลิงเทียนตกใจไม่น้อย เพราะกระทั่งตัวเขาเองก็พึ่งจะได้ยินข้อความจากอาวุโสตำหนักลองกระบี่เมื่อ 3 วันก่อนเท่านั้นเอง แล้วยังไม่ได้บอกใครนอกจากฮ่วนเอ๋อด้วย
“อ้อ จริงสิ ศิษย์น้องเล็กคงยังไม่รู้เรื่องนี้…ไม่ว่าเมื่อใดก็ตาม หากมีการท้าทายชิงตำแหน่งศิษย์อัจฉริยะเกิดขึ้น จะช่วงอายุไม่ถึงร้อยปีก็ดี จะช่วงอายุ 900-1,000 ปีก็ดี ตราบใดที่ไปลงทะเบียนท้าประลองชิงตำแหน่งที่ตำหนักลองกระบี่ และผู้ถูกท้าตอบรับจนกำหนดวันประลองเป็นมั่นเหมาะแล้ว ทางตำหนักลองกระบี่ก็จะติดประกาศเปิดเผยสู่สาธารณะ”
หงเฟยกล่าว “และข้าก็ไปทำธุระที่ตำหนักลอกระบี่เมื่อวันก่อนพอดี เลยเห็นประกาศการประลองของเจ้าโดยบังเอิญ”
“บังเอิญ?”