ต้วนหลิงเทียนเหลือบหยีตามองหงเฟยด้วยสายตาแปลกๆ มุมปากเริ่มปรากฏรอยยิ้ม “อ้อ ที่แท้ศิษย์พี่หงเฟยรู้ว่าข้ามีนัดหมายประลองวันนี้เพราะความบังเอิญนี่เอง”
‘เวร เผลอหลุดปากไปซะได้!’
จังหวะนี้หงเฟยที่รู้ตัวว่าพลาดก็ไม่เสียอาการ จึงรีบแถออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “โฮ่! ใช้ได้เลยนี่นาศิษย์น้อง ที่ข้าพูดไปแบบนั้น ก็แค่จะทดสอบปฏิกิริยาตอบสนองของเจ้าเท่านั้นล่ะ…ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะไม่ตื่นสนามแม้แต่น้อยร้ายกาจๆ”
“อันที่จริงตั้งแต่ที่เจ้ามา ศิษย์พี่คนนี้ก็ไปตำหนักลองกระบี่เพื่อตรวจสอบการประลองชิงตำแหน่งศิษย์อัฉริยะทุกวัน…ก็เลยเห็นประกาศชิงตำแหน่งศิษย์อัจฉริยะอายุ 200-300”
หงเฟยกล่าวออกด้วยสีหน้าจริงจัง ท่าทางทำราวกับที่มันพูดออกมาทั้งหมดล้วนเป็นความจริง
ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวไปมาเบาๆ เป็นธรรมดาว่าเขาไม่เชื่อวาจาที่หงเฟยกล่าวแถออกมาภายหลังแน่นอน และเขายังได้รับทราบถึงความไร้ยางอายของหงเฟยมากขึ้น
“ศิษย์น้องเล็ก เจ้าพึ่งเข้าร่วมวังเทียนฉือ เช่นนั้นคงไม่รู้กระมังว่าสังเวียนอัจฉริยะอยู่ที่ใด?”
เมื่อเห็นว่าต้วนหลิงเทียนไม่สนใจคำพูดของมัน หงเฟยก็รีบเอ่ยถามเปลี่ยนเรื่องทันที
“อ่า”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า “ข้าก็เลยออกมาแต่เช้า คิดจะไปถามทางผู้คนแถวๆนั้นดูน่ะ”
“มาๆๆ ไม่ต้องไปถามใครให้เหนื่อย ศิษย์พี่จะพาเจ้าไปเอง”
หงเฟยคลี่ยิ้ม