“หากไม่รับคำท้าหรือออกมาสู้…ก็จะถูกผู้ท้าชิงแทนที่ทันที?”
ต้วนหลิงเทียนถาม
“ใช่”
อาวุโสของตำหนักลองกระบี่กล่าว “หากไม่ตอบรับคำท้านานเกินไป ก็ไม่ต่างอะไรจากหลบหนี…ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใด หากคิดจะชิงตำแหน่งศิษย์อัจฉริยะกลับมาอีกครั้ง ก็มีแต่ต้องเริ่มท้าสู้ใหม่”
ฟังสิ่งที่ชายชรากล่าวออกมา ต้วนหลิงเทียนก็พอจะเข้าใจกฏพื้นฐานของการท้าชิงตำแหน่งศิษย์อัจฉริยะแล้ว
“ข้าขอท้าชิงตำแหน่งศิษย์อัจฉริยะช่วงอายุ 200-300 ปี”
ต้วนหลิงเทียมองอาวุโสตำหนักลองกระบี่ชรา พลางกล่าวจุดประสงค์การมาออกไป
“ส่งป้ายประจำตัวของเจ้าทั้งลูกแก้ววิญญาณมาให้ข้าเสีย ข้าจักนำไปลงทะเบียนให้เจ้า ร่วมถึงส่งคำท้าไปยังศิษย์อัจฉริยะที่เจ้าท้าทาย…และหากมันรับคำท้าแล้ว ข้าจักแจ้งวันเวลารวมถึงสถานที่ให้เจ้าทราบ”
อาวุโสตำหนักลองกระบี่กล่าววถึงจุดนี้ ก็มองจ้องต้วนหลิงเทียนพลางเอ่ยออกด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ผู้ท้าชิงตำแหน่งศิษย์อัจฉริยะไม่อาจปิดด่านบ่มเพาะ หรือแม้แต่ออกจากวังเทียนฉือเป็นเวลา 3 เดือน…เจ้าแน่ใจแล้วหรือไม่?”
“ใช่”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า
“ไปได้ รอการติดต่อ”
อาวุโสตำหนักลองกระบี่รับป้ายประจำตัวพลางกล่าวตอบต้วนหลิงเทียนห้วนๆตามหน้าที่จบ ก็หันไปมองฮ่วนเอ๋อด้วยรอยยิ้มกล่าวถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ “แม่นางฮ่วนเอ๋อ ท่านเองก็ต้องการท้าทายศิษย์อัจฉริยะเพื่อชิงตำแหน่งศิษย์อัจฉริยะด้วยหรือ?”
“อืม”
ฮ่วนเอ๋อพยักหน้า