ตั้งแต่ตอนที่ทดสอบรับศิษย์เมื่อวาน เหลยอิงก็เห็นแล้วว่าฮ่วนเอ๋อค่อนข้างเฉยเมยกับผู้อื่น เช่นนั้นพอเห็นท่าทางดังกล่าวของฮ่วนเอ๋อ เหลยอิงก็ไม่ได้ถือสาหาความอะไร
“ฮ่วนเอ๋อ ข้าจะพาเจ้าไปชมดูสถานที่พักบ่มเพาะของข้ากับเหล่าศิษย์”
เหลยอิงกล่าวทักฮ่วนเอ๋อด้วรอยยิ้ม จากนั้นก็เหินร่างนำต้วนหลิงเทียนกับฮ่วนเอ๋อไปยังสถานที่บ่มเพาะของนาง
ไม่นานนักทั้ง 3 หุบเขาอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งหนึ่ง เต็มไปด้วยอาคารปลูกสร้างมากมาย อย่างไรก็ตามกลับไม่เห็นมีผู้ใดเหินบินไปมาในหุบเขาเลย
“ผู้คนที่เจ้าเห็นอยู่เบื้องหน้า ล้วนเป็นครอบครัวรวมถึงสหายของเหล่าศิษย์อัจฉริยะข้าเอง…และข้าก็มีศิษย์อัจฉริยะอยู่ด้วยกันทังสิ้น 5 คน แน่นอนว่ารวมถึงเจ้าแล้ว”
เหลยอิงบอกให้ฮ่วนเอ๋อฟัง
หลังจากนั้นไม่นานนัก เหลยอิงก็นำพาต้วนหลิงเทียนกับฮ่วนเอ๋อผ่านหุบเขากว้างใหญ่ หลังขึ้นเขาไปสักพักในที่สุดก็มาถึงบริเวณยอดเขา ที่ทางแถวนี้ถูกปูด้วยศิลาแกร่งอย่างดี และมองไปเบื้องหน้าก็พบวังอันวิจิตรตั้งตระหง่านอยู่
“ในด่านข้า ลำดับศิษย์อัจฉริยะล้วนถูกจัดตามพลังฝีมือ…ฮ่วนเอ๋อในเมื่อเจ้าพึ่งมาจึงยังรั้งอยู่อันดับที่ 5 เจ้าต้องเรียกหาศิษย์อัจฉริยะอีก 4 คนที่เหลือว่าศิษย์พี่ แต่หากฮ่วนเอ๋อได้อันดับสูงกว่าเมื่อไหร่ คิดจะเป็นศิษย์พี่หญิงใหญ่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าพูดอะไร”
เหลยอิงกล่าวออกมาอีกรอบ