พอได้ยินหูเหมยเอ่ยถึงศิษย์พี่หญิงใหญ่ หงเฟย ก็กล่าวเสริมขึ้นมาด้วรอยยิ้ม “ศิษย์น้องเล็กแม้ศิษย์พี่หญิงใหญ่ตอนนี้จะไม่ใช่ศิษย์อัจฉริยะแล้วเพราะนางมีอายุมากกว่าพันปี…แต่พลังฝีมือของนางนับว่าสุดยอดมาก! ก่อนที่นางจะมีอายุเกินพันปี นางได้ชื่อว่าเป็นศิษย์อัจฉริยะอันดับ 1 ของวังเทียนฉือเรา!!”
ศิษย์อัจฉริยะอันดับ 1 ของวังเทียนฉือ!?
ได้ยินคำพูดดังกล่าวของหงเฟย ต้วนหลิงเทียนก็ตกใจอยู่บ้าง เพราะเขาทราบดีว่าคำพูดประโยคนี้หมายความว่าอะไร นั่นบ่งบอกว่าในบรรดาอัจฉริยะอายุไม่ถึงพันปีขอวังเทียนฉือ นางแข็งแกร่งที่สุด!
‘ศิษย์พี่หญิงใหญ่ที่ว่า…ร้ายกาจขนาดนั้นเชียวหรือ?’
ในใจต้วนหลิงเทียนบังเกิดอาการอยากรู้ขึ้นมาไม่ได้ ว่าศิษย์พี่หญิงใหญ่ที่ยังไม่พบหน้า ที่แท้จะร้ายกาจขนาดไหน
“จริงสิศิษย์น้องเล็ก…ตอนศิษย์พี่หญิงใหญ่กลับมา เจ้าอย่ามองนางด้วยสายตาแทะโลมเล่า ไม่งั้นเจ้าโดนศิษย์พี่รองเขม่นแน่!”
หงเฟยผู้มีไขมันส่วนเกินหลายร้อยชั่ง ยิ้มกล่าวออกมาด้วยท่วงท่าราวกับพหูสูตร สองตาหยีแทบปิดแลไม่เห็นลูกตา “ข้ามีความลับจะบอกเจ้า…อันที่จริง ศิษย์พี่รองนั้นแอบชอบศิษย์พี่หญิงใหญ่มานานแล้ว อนิจจาศิษย์พี่หญิงใหญ่กลับไม่ได้มองศิษย์พี่รองเช่นนั้น นับว่าเป็นรักข้างเดียวชวนให้ปวดใจนัก”
“ความลับบ้าบออะไรของเจ้ากันหา…”