และพอนางเห็นว่าต้วนหลิงเทียนที่ก้าวไปยืนใกล้ๆฮ่วนเอ๋อได้ไม่ทันไร ฮ่วนเอ่อก็พุ่งมือมากุมมือข้างหนึ่งของต้วนหลิงเทียนเอาไว้ นางจึงบอกได้ไม่ยากว่าทั้งคู่มาด้วยกัน
‘พวกมันเป็นผู้ใดกันแน่?’
หากมีอะไรผิดปกติไม่พ้นต้องมีปีศาจ อยู่ดีๆก็มีตัวตนที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าอัจฉริยะของวังเทียนฉือของพวกมันปรากฏตัวออกมาแบบนี้พร้อมๆกัน กระทั่งเหลยอิงก็จำต้องระวังให้มาก
“แข็งแกร่งนัก!”
“บ้าไปแล้ว นี่ทั้งคู่อายุไม่ถึง 300 ปีจริงๆหรือ?”
…
เหล่าคนของวังเทียนฉือที่อยู่ด้านหลังเหลยอิง ก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงเมื่อเห็นการลงมือของต้วนหลิงเทียนต่อจากฮ่วนเอ๋อ
ที่ย่ำแย่ที่สุดเลยก็คือ ชายหนุ่มที่รับหน้าที่ทดสอบผู้นั้น กระทั่งรับประทานโอสถอมตะและเดินพลังก็แล้ว แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะหายดีง่ายๆ เห็นชัดว่ามันไม่อาจฟื้นตัวได้ในช่วงสั้นๆแน่นอน
“เจ้าไปพักก่อนเถอะ”
เหลยอิงก็เหลือบไปมองกล่าวกับชายหนุ่มผู้นั้นเสียงเบา
“ทราบแล้วท่านจ้าวตำหนัก”
ชายหนุ่มหอบร่างช้ำในของตัวเองกลับมายืนด้านหลังเหลยิง ก่อนที่จะมีอีกคนก้าวออกไปแทนมัน และเมื่อคนใหม่เดินไปถึง มันก็มองทุกคนด้วยสายตาระแวงอยู่พักหนึ่ง!
เพราะมันกลัวใจเหลือเกินว่าในกลุ่มคนอายุ 200-300 ปีเบื้องหน้า จะยังมีปีศาจร้ายเยี่ยงชายหนุ่มชุดม่วงกับสาวน้อยชุดขาวนั่นปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ไม่นานนักมันก็พบว่าเป็นมันกังวลมากเกินไป
“พวกเจ้าสองคน…เป็นผู้ใดกันแน่?”