เรียกว่าที่หยวนเยว่เร่งแสดงท่าทีเร็วไว เพราะมันกลัวว่าหากชักช้า จูเก่ออวิ๋นจะลงมือเล่นงานมันขึ้นมา
“ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะทำได้อย่างที่พูด”
จูเก่ออวิ๋นมองจ้องจางฮั่นเทียนกับคนอื่นๆอีกรอบ จากนั้นจึงหันหลังและจากไปพร้อมต้วนหลิงเทียน ฮ่วนเอ๋อและจูเก่อฟงทันที
จนเมื่อต้วนหลิงเทียนและคนอื่นๆเหินร่างจากไปจนลับสายตาแล้ว จางฮั่นเทียนกับคนที่เหลือก็ได้แต่หันหน้ามามองตากันปริบๆ ได้แต่ส่งยิ้มขมขื่นปลอบใจกันและกัน
“ท่านผู้นำ ดูเหมือนว่าสตรีนางนั้นคือคนที่ข้าสั่งให้จางจินอี้ไปตรวจสอบเมื่อหลายปีกก่อน…เพราะเมื่อครู่ข้าได้ยินชัดเจนว่าทางนั้นเรียกหานางว่าฮ่วนเอ๋อ”
ตอนนี้เองจางผิงเหยี่ย อาวุโสใหญ่ของตระกูลจาง ที่ฉุกคิดถึงเรื่องราวในปีนั้นได้ออก ก็กล่าวรายงานออกมาด้วยรอยยิ้มแหยๆ
“เฮ่อ ตอนนี้รู้ไปก็ไม่มีประโยชน์แล้ว…ข้าล่ะไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจิ้งจอกน้ำแข็งพันมายารุ่นนี้ จักได้เข้าไปอยู่ใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่อย่างนิกายกระบี่หมื่นหายนะ…”
จางฮั่นเทียนส่ายหัวไปมา หากเลือกได้มันก็ไม่อยากตอแยล่วงเกินนิกายกระบี่หมื่นหายนะจริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้น สตรีตัวปัญหาดังกล่าว ได้กลายเป็นศิษย์ของตัวตนอันทรงพลังสุดที่มันจะตอแยด้วยได้ไปแล้ว
อาวุโสตระกูลหยวนทั้งหลาย นำโดยหยวนเยว่ ก็พากันระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก จากนั้นเมื่อกล่าวคำอำลาจางฮั่นเทียนแล้ว พวกมันก็เหินร่างกลับไปประชุมด่วนในตระกูลทันที