ส่งคนมาเอง”
หูสวีหร่านกระตือรือร้นยิ่ง ถึงกับสอนพวกเขาว่าจะใช้ป้ายแสดงตัวกันอย่างไร
เมื่อเห็นว่าท่าทีของเขาไร้ความกลัว พวกเจียงผิงอันทั้งสามก็รู้ว่าฝ่ายรักษาระเบียบอะไรนั่นไร้ประโยชน์สำหรับพวกตน
“บอกมาเลยดีกว่าว่าอยากได้ผลึกวิญญาณเท่าไหร่”
เจียงผิงอันเพิ่งได้เข้าร่วมศาลาเติงเซียน มิอยากสร้างปัญหา เขามาเพื่อฝึกฝน
จุดประสงค์ของสองคนนี้ก็แค่จะมาขูดรีดเงินจากพวกเขา
มุมปากหูสวีหร่านยกยิ้ม “พูดรู้เรื่องดี เอาผลึกวิญญาณระดับสูงมาสองก้อน”
“ได้”
เจียงผิงอันไม่สนใจผลึกวิญญาณสองก้อนนี้ ก้อนหนึ่งก็แค่สองกฎเกณฑ์
เขานำผลึกวิญญาณอันบรรจุกฎแห่งวารีสองก้อนโยนให้หูสวีหร่าน
หูสวีหร่านแสนยินดี เขาชอบรีดไถพวกหน้าใหม่เป็นที่สุด
ทำเช่นนี้ง่ายกว่าไปสู้กับสัตว์ภูตเยอะ รายได้ก็ดีกว่าด้วย
หลังจากเก็บผลึกวิญญาณทั้งสองชิ้นไป หูสวีหร่านก็เตรียมจรจาก แต่หญิงซึ่งเป็นคู่บำเพ็ญของเขาก็คว้าตัวไว้
“เจ้าก็เห็นว่าพวกเขาตกลงง่ายเพียงนี้ ดูก็รู้ว่าเป็นแกะอ้วน หญิงงามสองคนนั้นมองเช่นไรก็ขายตัวเองมา ต้องมีทรัพยากรอย่างแน่นอน”
“เรายังขาดเงินอีกเล็กน้อย จึงจะแลกเป็นวรยุทธ์ระดับสูงให้เราเร่งการทะลวงขอบเขตได้ ยามทะลวงถึงขอบเขตบูรณาการ เราก็จะหาทรัพยากรได้มากกว่านี้”
“ยามนี้ หากปล้นพวกเขาเสีย เราก็จะพ้นปัญหาเรื่องรวบรวมทรัพยากรไปได้เยอะเลยนะ”
ยามหูสวีหร่านได้ยินวาทะภรรยาตน เขาก็รู้สึกสมเหตุสมผลยิ่งมีภรรยารอบคอบเช่นนี้ จะไม่เจริ