“อ้อ ที่แท้ก็เป็นคนของเผ่าวิฬารทมิฬไร้ลักษณ์ของเจ้านี่เอง”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมาเร็วไว “พวกเจ้าเป็นคนเผ่าพันธุ์วิฬารแน่รึ? ไฉนข้าถึงรู้สึกว่ามันเหมือนมุสิกขลาดเขลาที่ทำได้แค่ซุ่มโจมตีผู้อื่นมากกว่าเล่า…จึกๆๆ ช่างร้ายกาจจริงๆ”
“เป็นไปไม่ได้!”
เฉวียนคงได้ฟัง ก็แย้งออกมาเสียงดัง “หากพวกมันเห็นว่าเป็นเจ้า ย่อมไม่…ไม่มีทางลงมือกับเจ้าแน่นอน!”
เดิมทีเฉวียนคงกำลังจะพูดว่า ‘ย่อมไม่กล้า’ ลงมือกับต้วนหลิงเทียนแน่นอน เพียงแค่ฉุกคิดได้ว่ากล่าวแบบนี้มันน่าอายไม่น้อย จึงรีบเปลี่ยนคำพูดเร็วไว
“หากพวกมันไม่ซุ่มโจมตีข้าก่อน ข้าจะไปฆ่าพวกมันทำอะไร?”
ต้วนหลิงเทียนยิ้ม “เจ้าเองก็น่าจะรู้ว่าข้า ต้วนหลิงเทียน ไม่เคยมีความแค้นใดๆกับคนของเผ่าวิฬารทมิฬไร้ลักษณ์…”
“ต้วนหลิงเทียน ข้ารู้ว่าเจ้าเก่งทั้งยังเป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์สูงล้ำจนน่ากลัว…แต่หากเจ้าไม่อาจเติบโตได้ ไม่ว่าพรสวรรค์เจ้าจักเลิศล้ำสูงส่งเพียงใด มันก็เท่านั้น!”
สองตาเฉวียนคงฉายประกายเยียบเย็นออกมาวูบวาบ น้ำเสียงไม่ขาดการข่มขู่แม้แต่น้อย
“โฮ่! เรื่องนี้เกรงว่ายังไม่ถึงตาให้เผ่าวิฬารทมิฬไร้ลักษณ์ต้องเป็นกังวลหรอก!”
กงซุนจิ้งพลันโพล่งเย้ยออกมา “ต้วนหลิงเทียนจะเติบโตได้อย่างราบรื่นหรือไม่ มันมิใช่เรื่องที่เผ่าวิฬารทมิฬไร้ลักษณ์ของพวกเจ้าจะมีปัญญาควบคุมได้!”
“พวกเราไป!”