“นั่นสิ อย่างมังกรชั่วร้าย 2 ตัวนั่น ยังจะไปมีผู้ใดบงการให้พวกมันลงมือตามใจได้เล่า?”
…
อัจฉริยะหลายคนกล่าวค้านคำพูดคาดเดาดังกล่าวของอัจฉริยะเผ่าวิฬารทมิฬไร้ลักษณ์ หากแต่เจ้าตัวก็ไม่คิดหยุดลงเพียงเท่านี้ “แล้วพวกเจ้าคิดว่าในบรรดาพวกเรา ยังจะมีใครมีความสามารถมากพอจะทำให้มังกรชั่วร้ายเพิกเฉย จนสามารถเข้าสู่แดนลับทวยเทพได้ก่อนผู้อื่นบ้างเล่า?”
“ทำให้มังกรชั่วร้ายเพิกเฉย จนเข้าสู่แดนลับบทวยเทพได้ก่อน…”
พออัจฉริยะของเผ่าวิฬารทมิฬไร้ลักษณ์ดังกล่าวเอ่ยถึงประโยคนี้ ทั้งหมดก็พร้อมใจกันเงียบกริบ จากนั้นคนส่วนใหญ่ก็เริ่มหันไปมองต้วนหลิงเทียน ฮ่วนเอ๋อ ซูหลี่ และกงซุนจิ้งโดยไม่รู้ตัว
“อะไร? หรือเจ้าคิดว่าพวกเราสั่งให้มังกรชั่วร้าย 2 ตัวนั่นฆ่าคนของนิกายปีศาจพันกร?”
เมื่อเห็นว่าตั้งแต่ต้นเผ่าวิฬารทมิฬไร้ลักษณ์คนนี้ เหลือบมองมาที่เขากับฮ่วนเอ๋อบ่อยครั้ง ยังพยายามชักนำความคิดมวลชนให้สงสัยในตัวเขาอีก ต้วนหลิงเทียนก็หันไปมองมันด้วยสายตาเย็นชา เอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงไร้แยแส
ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่สนใจเขา
“เจ้าคิดว่า ข้า ต้วนหลิงเทียน คิดฆ่าพวกสัดใส่ข้าวใช้การไม่ได้ของนิกายปีศาจพันกร…ยังต้องลำบากยืมมือมังกรชั่วร้าย?”
เห็นอีกฝ่ายทำเฉย ต้วนหลิงเทียนก็หัวเราะเย้ยคำหนึ่ง จากนั้นก็สะบัดมือเบาๆ ทันใดนั้นเองพลันอุบัติรอยแยกมิติขึ้นข้างๆกายคนเผ่าวิฬารทมิฬไร้ลักษณ์คนดังกล่าว!
ซัว!!