“ปกติแล้วเจ้ามันขยันสร้างปาฏิหาริย์เกินไป…เริ่มตั้งแต่วันที่อยู่ในค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะของกองกำลังโลหิตเหล็กที่อาณาจักรนภาล่องวันนั้น เจ้าก็สร้างความประหลาดใจให้ข้าทุกครั้งที่กลับมาพบเจอกัน”
ซูหลี่ถอนหายใจ ค่อยกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงรำลึกความหลัง “ดังนั้นพอข้าเห็นชื่อเจ้าโผล่มาอีกที จึงอดคิดไปไม่ได้…ว่าบางทีเจ้าอาจจะยังประสบความสำเร็จเหนือกว่าข้า”
“และตอนนี้ดูเหมือนมันก็จะยังคงเป็นแบบนั้นจริงๆ”
ถึงแม้ความแข็งแกร่งของต้วนหลิงเทียนในปัจจุบัน ดูท่าแล้วจะเหนือกว่าตัวเองชัดเจน หากแต่ซูหลี่ไม่มีจิตคิดอิจฉาอะไร ในใจมีก็แต่ความยินดีเท่านั้น
“เฮ่อ ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าเองก็จะบ่มเพาะมาจนถึงขั้นนี้แล้ว เข้ามาในแดนลับอัจฉริยะได้ไม่ว่า แต่ยังกลายไปเป็นอัจฉริยะอันดับ 1 ในนิกายกระบี่หมื่นหายนะแล้วด้วย”
ต้วนหลิงเทียนถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
“เรื่องมันยาวน่ะ…รอให้ออกจากแดนลับอัจฉริยะแล้วเข้าจะเล่าให้ฟัง”
ซูหลี่คลี่ยิ้ม
“ดี!”
จังหวะนี้ต้วนหลิงเทียนก็พบว่าเขากับซูหลี่กลายเป็นนจุดสนใจของทุกคนไปแล้ว หลังจากพยักหน้าชวนซูหลี่ เขาก็เหินกลับลงมาหาฮ่วนเอ๋อทันที
“ฮ่วนเอ๋อ นี่คือซูหลี่ เป็นสหายประเสริฐของข้า”
ต้วนหลิงเทียนที่เหินนำลงมาหาฮ่วนเอ๋อ ก็ผายมือไปทางซูหลี่และแนะนำให้ฮ่วนเอ๋อรู้จักทันที แม้เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่ได้เจอซูหลี่อีกครั้ง เขาก็อยากแบ่งปันความยินดีนี้ให้ฮ่วนเอ๋อรับทราบด้วย