้าอย่าหวังเข้าร่วมกับศาลาเติงเซียนเลย!”
ยามผู้ฝึกตนด้านหลังเห็นเหตุนี้ พวกเขาก็ระเบิดหัวเราะ
“โง่เง่า คิดติดสินบนศิษย์ศาลาเติงเซียน”
“เจ้าคิดว่าศิษย์ศาลาเติงเซียนเป็นอะไร? คนอย่างพวกเขาขาดผลึกวิญญาณหรือ?”
“หากไร้ฝีมือ ก็อย่ามาให้ผู้อื่นเสียเวลาเลย”
เฉียนฮวั่นโหรวคาดเดาผลเช่นนี้ไว้แล้ว จึงส่งกระแสปราณบอกเจียงผิงอัน “ไปกันเถอะ”
คนจากขุมกำลังใหญ่เช่นนี้ จะรับสินบนได้ไฉน
เจียงผิงอันนำแหวนเก็บของวงหนึ่งออกมา “พี่รอง ข้าน้องสามเจียงผิงอันไง ลืมกันแล้วหรือนี่? นี่คือผลึกวิญญาณระดับสูงสิบชิ้นที่ทางบ้านให้ข้านำมาให้”
“ไสหัวไปให้พ้น ข้าไม่เกี่ยวอะไร… น้องสาม! ที่แท้ก็เป็นน้องสามนี่เอง!”
ควางเจิ้งพลันโผเข้ากอดเจียงผิงอันด้วยน ้าตาคลอเบ้า
“น้องสาม ข้าห่างบ้านแสนนานจนจะลืมหน้าตาเจ้าอยู่แล้วพี่ชายผู้นี้สมควรตายจริง ๆ”
ปวงชน “???”
เฉียนฮวั่นโหรว “…”
ดูจากท่าทีระริกระรี้ของคนผู้นี้ นางเกือบคิดเสียแล้วว่าเจียงผิงอันเป็นญาติกับคนผู้นี้จริง ๆ
ความยุติธรรมชวนครั่นคร้ามเมื่อครู่ไปไหนแล้ว? สิบผลึกวิญญาณก็ซื้อได้?
“พี่รอง ข้าคิดถึงเจ้านัก ครอบครัวให้ข้ามาหา เจ้าก็รู้พรสวรรค์ข้า การจะเข้าศาลาเติงเซียนหามีปัญหาไม่”
เจียงผิงอันยัดแหวนเก็บของให้กับควางเจิ้ง
ควางเจิ้งพยักหน้า “แน่นอน ไม่มีปัญหา พรสวรรค์ของน้องสามมิได้ด้อยไปกว่าข้าเลย”
เขาหยิบป้ายหยกแผ่นหนึ่งซึ่งสลักอักขระลึกลับส่งให้กับเจียงผิงอัน
“สลักจิตสัม