ผัสของเจ้าลงไป แล้วน้องสามก็จะเป็นศิษย์ของศาลาเติงเซียนเรา”
“พี่รอง พี่หญิงใหญ่และน้องสี่ก็มาด้วยนะ”
เจียงผิงอันรับป้ายหยกมา พลางมองไปทางเฉียนฮวั่นโหรวและเยี่ยอู๋ฉิง
สีหน้าของควางเจิ้งเกร็งนิ่ง ถ่ายทอดปราณบอกเจียงผิงอันว่า“ไอ้หนู อย่าให้มันมากนัก”
เจียงผิงอันยัดแหวนเก็บของให้ควางเจิ้งอีกสองวง
เมื่อเห็นผลึกวิญญาณภายใน ควางเจิ้งพลันแย้มยิ้ม
“พี่หญิงใหญ่ เจ้างามขึ้นทุกวันคืนเลย ส่วนน้องสี่… เจ้าก็งดงามขึ้นเหมือนกัน”
ควางเจิ้งชำเลืองเยี่ยอู๋ฉิงอย่างประหลาดใจ ไฉนจึงมีชายใดงดงามได้เพียงนี้
แต่ทั้งหมดหามีความหมายไม่
ควางเจิ้งนำป้ายแสดงตนอีกสองแผ่นมาส่งให้ทั้งคู่
ศิษย์ข้างตัวควางเจิ้งเอ่ยอย่างงุนงง “ศิษย์พี่ควางเจิ้ง มิใช่เจ้ากำพร้าไร้ญาติหรือ?”
ควางเจิ้งยัดผลึกวิญญาณระดับสูงสองสามก้อนเข้ามือศิษย์ผู้นี้ทันที
ศิษย์ผู้นี้แย้มยิ้มยินดี “สมแล้วที่เป็นญาติของศิษย์พี่ควางเจิ้งเจียงผิงอันผู้นี้ดูเหมือนศิษย์พี่ควางเจิ้งจริง ๆ”
ปวงชน “…”
เหมือนตรงไหน? แค่แซ่ก็ต่างกันแล้ว!
ไฉนจึงพูดเพ้อเจ้อหน้าตาเฉยได้เช่นนี้
เฉียนฮวั่นโหรวรู้สึกโหวงเหวง นางเข้าร่วมกับศาลาเติงเซียนได้ก็ควรยินดี แต่นางมิอาจยินดีได้เลย
ขณะนี้ นางเริ่มสงสัยอย่างจริงจังแล้วว่าเรื่องพรรค์นี้จะเกิดที่ราชวงศ์ต้าเฉียนด้วยหรือไม่
ควางเจิ้งกล่าวกับศิษย์ที่ข้างตัว “ศิษย์น้อง เจ้าดูแลที่นี่ต่อที ข้าจะพาพวกเขาไปทำความคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมที่นี่ก