่อน”
ควางเจิ้งนำทั้งสามไปสู่โถงหลักด้านหลัง
ผู้ฝึกตนบางคนซึ่งกำลังจะเข้าร่วมกับศาลาเติงเซียนมองภาพเมื่อครู่อย่างเหยียดหยาม
“คนพรรค์นี้ที่ใช้ได้เพียงกลอุบาย ย่อมมิอาจไปได้ไกลในเส้นทางการฝึกฝน”
“หรือก็คือ ผู้ฝึกตนอย่างเราจะเห็นค่าของเงินสูงกว่าได้อย่างไร?”
“ยามข้าเข้าร่วมศาลาเติงเซียน ข้าต้องสั่งสอนพวกเขาเสียหน่อย ละอายนักที่ต้องอยู่ร่วมฝ่ายกับคนเหล่านี้”
ศิษย์ศาลาเติงเซียนผู้รับหน้าที่ตรวจพรสวรรค์หัวเราะเบา ๆ ยามได้ยินเสียงสนทนาของคนทั้งหลาย
ยามคนเหล่านี้เหยียบย่างสู่โลกหล้าผู้ฝึกตนจริง ๆ ก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะยังจำคำพูดวันนี้กันได้หรือไม่
ควางเจิ้งนำพวกเจียงผิงอันทั้งสามมายังด้านหลังโถงหลัก เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดรอบข้าง ก็กระซิบบอก
“หลังเข้าไปในศาลาเติงเซียน ทำตัวเงียบเข้าไว้ ไม่ว่าอย่างไรชาตินี้พวกเจ้าก็สร้างผลงานยิ่งใหญ่อะไรไม่ได้แล้ว ก็ตั้งใจทำงานอย่าสร้างเรื่องเล่า”
“ข้ามีอริศัตรูมากมายในสำนัก หากพวกเขารู้ พวกเจ้าถูกขับออกแน่”
ควางเจิ้งกลัวจะถูกพัวพัน จึงเอ่ยเตือนขึ้นมา
“มิต้องห่วง เรารู้”
เจียงผิงอันถาม “ศิษย์พี่ ต้องทำเช่นไรหรือจึงได้วิชาจำแลงเซียน?”
พรวด!
ได้ยินเช่นนี้ ควางเจิ้งก็หลุดหัวเราะทันใด
“อย่าคิดเลย วิชาจำแลงเซียนเนี่ย เจ้าต้องไปยังสาขาหลักของศาลาเติงเซียนก่อนจึงมีโอกาสได้สัมผัส ทุก ๆ ห้าปี มีอัจฉริยะเพียงสิบคนได้สิทธิ์นั้น และต้องอายุน้อยกว่าร้อยปีด้วย”
“กระทั่งจะเข้า