ในขณะที่สายตาของผู้คนจำนวนมากที่ยืนรอกันอยู่ใต้ยอดเขาแรงโน้มถ่วงกำลังเหม่อมองฮ่วนเอ๋อที่งดงามหาใดเปรียบจนตาลอย ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นไกลๆ ปลุกสติของทุกคน และยังดึงดูดความสนใจจากต้วนหลิงเทียนและฮ่วนเอ๋อให้หันไปชมมอทันที
พอต้วนหลิงเทียนหันมองไป ก็แลเห็นร่างหนึ่งกำลังห้อเหยียดไปทางยอดเขาแรงโน้มถ่วง
ยอดเขาแรงโน้มถ่วงนั้น มองจากไกลๆก็เสมือนอดเขาสูงชันธรรมดา แต่พอมาดูใกล้ๆก็พบว่าเป็นนยอดเขา ที่มีบันไดทอดยาวขึ้นไปสุดลูกหูลูกตา
ระยะห่างของแต่ละขั้นบันไดของยอดเขาแรงโน้มถ่วงค่อนข้างสูงพอสมควร เพราะแต่ละขั้นมันสูงเหลื่อมล้ำกันถึง 10 หมี่
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
…
ร่างในชุดสีดำพุ่งไปดั่งเงาพราย ก้าวๆโดดๆขึ้นบันไดแต่ละขั้นไปด้วยความเร็วสูง พริบตาก็โจนทะยานขึ้นไปแล้วกว่าพันขั้น
พันขั้นบันได ก็เท่ากับหมื่นหมี่!
อย่างไรก็ตามไม่ทราบยอดเขาแรงโน้มถ่วงนี้ผู้สร้างจงใจหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ มีแต่ต้องก้าวขึ้นถึงขั้นที่ 3,000 เท่านั้น ถึงจะอยู่สูงพอแตะก้อนเมฆ
ตอนนี้ร่างในชุดดำที่โจนทะยานขึ้นไปดั่งเงาพราย ก็ไต่ไปได้ 1 ใน 3 ของระยะทางระหว่างผืนดินกับก้อนเมฆแล้ว
“เจ้านั่นน่ะเหรออัจฉริยะอายุไม่ถึงพันปีของนิกายปีศาจพันกร เอี้ยอวี่เฉิน ที่ลือกันว่าพึ่งทะลวงถึงขอบเขตจอมราชันอมตะ 4 รูปได้ไม่นาน?”
“เป็นมัน! ข้าเคยติดตามอาจารย์ไปทำธุระ จึงได้พบเจอมันครั้งหนึ่ง!”