เพราะพลังฝีมือที่จวินฉงซานเผยออกเมื่อครู่ เกรงว่าต่อให้พวกมันร่วมมือกัน ยังไม่มั่นใจวว่าจะเอาอยู่!
ดังนั้นในสายตาของพวกมัน ด้วยในกลุ่มที่ 6 มีจวินฉงซานอยู่ทั้งคน ชัยชนะก็เสมือนนอนมาแล้ว ต้องเอาชนะกลุ่ม 3 และได้บัตรผ่านเข้าสู่แดนลับสมบัติระดับ 3 แน่นอน!
“ใต้เท้าเชิญท่าน”
ต่อหน้าจวินฉงซานบัดนี้คนอื่นๆล้วนเผยทีท่าเคารพหมดสิ้น
และจวินฉงซานก็ก้าวนำออกจากห้องขังก้าวขึ้นสะพานโซ่ที่ทอดยาวไปยังความว่างเปล่าไปด้วยท่าทางมั่นใจ พร้อมเข้าสู่สนามรบเพื่อชิงชัยกับอีกกลุ่ม
‘ข้าหวังว่าจะได้เจอพวกมัน…หากไม่เจอ เช่นนั้นก็ต้องรีบจัดการฝ่ายตรงข้ามให้เร็วที่สุด จะได้ออกไปดักรอพวกมันด้านนอก’
ในขณะที่จวินฉงซานยังเป็นเพียงศิษย์หลักของนิกายวิถีวายุอัสนี มันก็เคยเข้าแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับสูงมาก่อน กระทั่งยังเข้ามาโลดแล่นอยู่นานปี จึงรู้จักแดนลับสมบัติระดับ 3 ดี
สนามรบระหว่างกลุ่มนั้น เป็นดั่งเวทีที่ลอยล่องอยู่ท่ามกลางท้องฟ้าอันเต็มไปด้วยหมู่ดาว เรียกว่าเสมือนลานประลองกลางอวกาศ มองไปทางใดก็เห็นดวงนดาวสุกสกาวทอแสงระยับ งดงามตระการตานัก
2 ด้านของสนามรบปรากฏสะพานโซ่ที่ทอดยาวไปในความมิดของท้องฟ้าอันเต็มไปด้วยหมู่ดาว สังเกตให้ดีตรงปลายจะเห็นเป็นช่องว่างมิติอันมืดดำหนึ่ง ซึ่งกลมกลืนไปกับห้วงอวกาศโดยรอบนัก มองแตไกลๆจึงคล้ายโซ่จมหายไปในความว่างเปล่า