ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
…
เสียงแหวกฝ่าสายลมฉับไวดังขึ้น คนที่เหลือในโถง 9 คน บัดนี้ได้แยกย้ายยกันมาปิดล้อมต้วนหลิงเทียนกับฮ่วนเอ๋อเอาไว้ตรงกลาง และจับจ้องมองมาที่พวกเขาไม่วางตา
“นี่พวกเจ้าคิดจะทำอะไรกัน?”
ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้ว เขาไม่รู้จักคนเหล่านี้เลย อีกฝ่ายก็ไม่ได้มีจิตสังหารต่อเขา แต่ไฉนถึงมาปิดล้อมเขากับฮ่วนเอ๋อเอาไว้ก็ไม่ทราบ?
“หากเจ้าจะไปก็เชิญไปเสีย แต่สตรีนางนั้นต้องอยู่ที่นี่!”
สตรีเพียงหนึ่งเดียวในบรรดาคนทั้ง 9 ที่ปิดล้อมเขากับฮ่วนเอ๋อเอาไว้ นางมาในชุดหนังรัดรูปสีแดง แต่ต้นจนจบสองตาเอาแต่มองจ้องฮ่วนเอ๋ออย่างเฉยเมย ก็ได้เหลือบมามองเขาปราดหนึ่ง ค่อยกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่แยแส
“หืม?”
พอฮ่วนเอ๋อได้ยินคำพูดของสตรีชุดหนังรัดรูปสีแดงเพลิง นางก็อดไม่ได้ที่จะเอียงคอด้วยความงุนงง สองตากลมใสกระพริบปริบๆมองจ้องอีกฝ่ายด้วยความว่างเปล่า ไม่ทราบว่าไฉนสตรีที่นางไม่เคยพบเคยเจอนางนี้ ถึงต้องมุ่งเป้ามาที่นางด้วย…
“ทำไม?”
ต้วนหลิงเทียนเอ่ยถามเสียงเข้ม ลึกลงไปในแววตายังเผยประกายเย็นชาเรืองขึ้นวูบหนึ่ง
คนพวกนี้หากเพ่งเล็งมาที่เขา ตัวเขาก็คร้านจะแยแส แต่ถ้าหากคิดร้ายกับฮ่วนเอ๋อ เช่นนั้นคงยากที่เขาจะปล่อยพวกมันไป
“เจ้าหนุ่ม…นี่เจ้าไม่รู้หรือ ว่านางเป็นผู้ใด?”
ชายวัยกลางคน 1 ใน 9 คนที่ปิดล้อมมองถามเขาด้วยรอยยิ้มก่อน ค่อยหันไปมองสตรีชุดหนังรัดรูปสีแดง