พอเฮยชาฉุกคิดได้ถึงจุดนี้ มันก็เริ่มตระหนักว่าเรื่องราวไม่แน่ว่าจะเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป จึงหันไปมองจ้องต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาร้อนแรง ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออีกหนึ่ง เอ่ยถามออกมาอย่างยากลำบากว่า “เจ้าหนุ่ม…เจ้า…เจ้าคงไม่ใช่ต้วนหลิงเทียนที่โด่งดังไปทั่วแดนสวรรค์ใต้ระดับกลางเมื่อ 30 ปีก่อนหรอกนะ ศิษย์คฤหาสน์เฉวียนโยวผู้นั้น?”
“หากที่ผู้เฒ่ากำลังพูดถึงอยู่คือ ต้วนหลิงเทียนของคฤหาสน์เฉวียนโยว ก็สมควรเป็นข้าเอง”
ต้วนหลิงเทียนยิ้ม
ตั้งแต่ตอนที่ชายชรากล่าวพึมพำกับตัว เขาก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายเคยได้ยินเรื่องราวของเขา
“จริงรึ!?”
พอเห็นต้วนหลิงเทียนพยักหน้ายืนยัน รูม่านตาชายชราก็หดแคบลงเร็วไว จากนั้นมันก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง “ช่างเป็นรุ่นเยาว์ที่มากล้นไปด้วยพรสวรรค์และความสามารถยิ่งนัก เป็นคลื่นลูกใหม่แทนที่คลื่นลูกเก่าโดยแท้…”
“จากนี้ไป ใต้หล้าล้วนเป็นเรื่องของคนหนุ่มสาวเช่นเจ้าแล้ว…”
เฮยชาส่ายหัวไปมาพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงสะทกสะท้อน จากนั้นมันก็สะบัดมือเรียกป้ายหยกประจำตัวออกมา มองต้วนหลิงเทียนแล้วพูดว่า “เจ้าหนุ่ม…ข้าหวังว่าเจ้าที่สามารถเหยียบข้าต่างหินรองเท้า จักก้าวขึ้นสู่ 10 อันดับแรกได้สำเร็จ”
“หลังจากออกไป ข้าจะเอาใจช่วยเจ้า…”
พอกล่าวจบคำ ชายชราก็บดขยี้ป้ายหยกประจำตัวทันที ก่อนที่ร่างชราจะถูกส่งตัวออกไป และคะแนนสะสมของมันก็กลับกลายเป็นของต้วนหลิงเทียน