ชายหนุ่มที่กล่าวคำอย่างเด็ดเดี่ยวเมื่อครู่ มีใบหน้าหล่อเหลานัก คิ้วคมเข้มปานมีดดาบ สองตากระจ่างใสทอประกายดั่งดวงดารา อย่างไรก็ตามหว่างคิ้วทั้งแววตาของชายหนุ่มยามนี้ กลับฉายให้เห็นถึงความวิตกกังวลนัก
“เนี่ยนเทียน เป็นเจ้าที่ต้องรีบหนีไป…หากกระทั่งเจ้าข้ายังดูแลไม่ได้ วันหน้าข้าจะไปสู้หน้าพี่ใหญ่หลิงเทียนกับพี่หญิงเฟยเอ๋อได้ยังไง!”
สตรีอันมีใบหน้างดงามกล่าวคำออกมาด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นไม่แพ้กัน กิริยาท่าทางของนางหนุนเสริมให้นางแลดูมากสง่าราศี ทั้งงดงามจนกลบรัศมีสรรพสิ่งโดยรอบ
ทั้ง 2 ร่างที่กำลังแย่งกันเสียสละตอนนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นต้วนเนี่ยนเทียนกับหานเฉวี่ยไน่ ที่ถูกเซี่ยเจี๋ยส่งตัวออกมาจากดินแดนการล่มสลายแห่งทวยเทพ
ทั้งคู่ได้ถูกส่งมายังระนาบเดียวกัน ถึงแม้จะแยกจากกันในตอนแรก แต่หานเฉวี่ยไน่ใช้เวลาไม่นานก็ตามหาต้วนเนี่ยนเทียนจนเจอ
และหลังจากผ่านไปหลายปี เด็กชายตัวน้อยที่ชอบร้องให้ต้วนหลิงเทียนอุ้มครั้งยังอยู่ตำหนักเมฆาคราม ก็เติบโตเป็นหนุ่มแล้ว
“อาหญิงเฉวี่ยไน่…”
ในขณะที่ต้วนเนี่ยนเทียนคิดจะกล่าววาจาใดสืบต่อ ก็ปรากฏเสียงทะลวงผ่านห้วงอวกาศมาฉับไวพร้อมกลิ่นอายพลังดุร้าย พริบตาต่อมาสำนึกเทวะนับสิบๆสาย ก็แผ่มาปกคลุมร่างต้วนเนี่ยนเทียนกับหานเฉวี่ยไน่เอาไว้
“หึ! พวกเจ้ามิต้องเกี่ยงกันหรอก เพราะวันนี้พวกเจ้าทั้งคู่ไม่ว่าผู้ใดก็อย่าหวังจักหนีรอดไปได้!!”