รอบๆต้วนเนี่ยนเทียนกับหานเฉวี่ยไน่ยามนี้ ปรากฏร่างเหินข้ามอวกาศมืดดำมาปิดล้อมเอาไว้หนาตา เอาแค่ชายฉกรรจ์ในชุดข้ารับใช้ก็มีราวๆ 20-30 คนแล้ว ไม่ต้องนับผู้ชราที่สมควรพลังฝีมือสูงส่งอีกนับสิบเลย และที่โดดเด่นที่สุดก็เห็นจะเป็นสตรีชรานางหนึ่งที่นั่งบนหลังสัตว์อสูรตัวเขื่อง ในมือถือไว้ด้วยไม้เท้ารูปหัวอสรพิษ
“ท่านแม่ยาย ไม่ต้องเสียเวลาเสวนากับพวกมันแล้ว ในเมื่อพวกมันกล้าเข่นฆ่าฉีเอ้อ เช่นนั้นก็กลบฝังพวกมันไปพร้อมฉีเอ้อเลยเถอะ!!”
ข้างๆหญิงชรา ปรากฏชายยวัยกลางคนในชุดคลุมหรูหราหนึ่งยืนอยู่ สองตาของมันถลึงมองจ้องต้วนเนี่ยนเทียนกับหานเฉวี่ยไน่อย่างเยียบเย็น แลดูดุร้ายปานยักษ์มารใคร่กลืนกินเลือดเนื้อผู้คนสดๆ
เนื่องเพราะ บุรุษหนุ่มกับสตรีเบื้องหน้า ได้ฆ่าลูกชายคนเดียวของมันที่ภรรยาคลอดทิ้งไว้ก่อนจะลาโลกไป!
“เหอะ!”
ต้วนเนี่ยเทียนที่ยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนนับสิบ ไม่เผยท่าทีหวั่นหวาด มองจ้องตาชายวัยกลางคนพลางกล่าวออกมาด้วยสีหน้ารังเกียจ มุมปากแสยะยิ้มเย้ยหยัน “หากไม่ใช่เพราะลูกชายตัวดีของเจ้า สะเออะมาทำรุ่มร่ามวางท่ากับอาหญิงเฉวี่ยไน่ของข้าก่อน ทั้งคิดใช้กำลังบีบคั้นผู้คนเยี่ยงเศษสวะ มีหรือที่พวกเราจะจัดการมัน?!”
“มันตายไปก็นับว่าสมควรแล้ว! หากเจ้าจะโทษก็ลูกชายอุบาทว์ของเจ้าเถอะ!!”