อย่างไรก็ตาม พอผู้นำคฤหาสน์เฉวียนโยวให้คนไปพาต้วนหลิงเทียนมาพบที่ห้องโถงหลัก ต้วนหลิงเทียนกลับกล่าวปฏิเสธผู้ส่งสารตระกูลซูทันที ทำให้ผู้ส่งสารตระกูลซูอดไม่ได้ที่จะถามออกไปด้วยความอึ้ง “เจ้า…เจ้าปฏิเสธงั้นหรือ?”
“มันไม่ใช่การปฏิเสธ…ข้าแค่รู้สึกว่าพลังฝีมือของข้ายังอ่อนด้อยเกินไป รอให้ข้าแข็งแกร่งกว่านี้ค่อยไปเข้าร่วมกับตระกูลซูก็ยังไม่สาย และข้ารับปากท่านไว้ตรงนี้เลย ว่าข้าจะเลือกตระกูลซูแน่นอน ส่วนตระกูลอื่นๆ หรือ 5 นิกายหลัก ข้าไม่คิดจะเข้าร่วม”
ต้วนหลิงเทียนมองกล่าวกับผู้ส่งสารตระกูลซูด้วยความสงบ “ผู้ส่งสาร นี่คือคำสัญญาที่ข้าให้ต่อตระกูลซู”
“เจ้าจะไม่คิดทบทวนหน่อยรึ?”
ผู้ส่งสารของตระกูลซูอดขมวดคิ้วไม่ได้ มันได้รับคำสั่งจากผู้อาวุโสตระกูลซูให้มาพาต้วนหลิงเทียนไปเข้าร่วมตระกูลซู หากมันพาอีกฝ่ายกลับไปไม่ได้ เช่นนั้นอาวุโสต้องตำหนิมันแน่ เพราะเรื่องง่ายๆแค่นี้ยังทำไม่สำเร็จ…
แต่เป็นธรรมดาว่าผู้อาวุโสตระกูลซูก็ได้กำชับมันมาไว้แล้ว ว่าไม่อาจบีบคั้นผู้คน
ดังนั้นมันจึงไม่อาจใช้กำลังลักพาตัวคนไปได้
“ข้าตัดสินใจดีแล้ว”
ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวไปมา
“เอาล่ะ! ข้าหวังว่าเจ้า…จะจดจำคำมั่นที่ให้ไว้”
ผู้ส่งสารตระกูลซูมองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาลึกซึ้ง จากนั้นก็หันไปอำลาผู้นำคฤหาสน์เฉวียนโยวแล้วเดินทางจากไปทันที
คราวนี้ถือว่ามันไม่ได้มาเสียเที่ยว