อย่างน้อยๆต้วนหลิงเทียนก็รับปากไว้แล้ว ว่าจะไม่เข้าร่วม 10 ตระกูลใหญ่และ 5 นิกายหลักใดอื่นนอกจากตระกูลซู
“นับว่าการมาของข้าบรรลุจุดประสงค์ได้ครึ่งหนึ่ง…ถ้างั้นผู้อาวุโสก็ไม่อาจตำหนิอะไรข้าได้แล้วล่ะ! เพราะอย่างน้อยๆ ข้าก็ได้คำมั่นจากเจ้าหนูนั่นมาแล้วนี่นา…”
ระหว่างเดินทางกลับ ผู้ส่งสารตระกูลซูอดไม่ได้ที่จะกล่าวพึมพำเป็นการปลอบใจตัวเอง
หลังจากผู้ส่งสารของตระกูลซูจากไป ต้วนหลิงเทียนก็หันไปมองถามผู้นำคฤหาสน์เฉวียนโยว “ผู้นำ ท่านผู้อาวุโสบอกว่า…ข้าไม่ต้องเข้าสู่แดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลางอีกต่อไป สามารถทะลวงด่านพลังไปยังขอบเขตราชาอมตะได้ทันที…”
“เรื่องนี้ท่านไม่มีความคิดเห็นอันใดหรือ?”
ในสายตาของต้วนหลิงเทียน ผลประโยชน์จากการติดอันดับในแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลางสมควรสำคัญกับคฤหาสน์อมตะระดับ 6 ทั้งหลายพอสมควร
หาไม่แล้วคฤหาสน์อมตะระดับ 6 ทั้งหลาย คงไม่ลงทุนเพาะสร้างยอดฝีมือขอบเขตขุนนางอมตะ 10 ทิศไว้สำหรับช่วงชิงอันดับในแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลางโดยเฉพาะหรอก
“ข้าฟังท่านบรรพจารย์”
ทัศนคติของผู้นำคฤหาสน์เฉวียนโยวนับว่าชัดเจน อีกฝ่ายไม่คิดคัดค้านสิ่งใดก็ตามที่จ้าววังผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยตัดสินใจ
จังหวะนี้ต้วนหลิงเทียนก็ตระหนักได้ถึงอิทธิพลของจ้าววังผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยที่มีต่อคฤหาสน์เฉวียนโยวชัดเจน
อันที่จริงเขาก็พอเดาได้แล้ว ก่อนที่จะกล่าวถามออกไป