และเมื่อภาพมายาหายไปจนหมด ต้วนหลิงเทียนยังเห็นว่า มีร่างหนึ่งลอยบนอากาศเหนือวังผู้พิทักษ์น้อย และร่างที่ว่าก็กำลังมองมาทางเขากับฉีเทียนหมิงอย่างสงบ
กล่าวให้ชัดคืออีกฝ่ายกำลังมองเขาอยู่
เป็นชายวัยกลางคนร่างสูง หว่างคิ้วไม่ขาดสง่าราศี สวมใส่ชุดคลุมสีน้ำเงินเข้ม
“ผู้นำคฤหาสน์”
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนกำลังคาดเดาฐานะของตัวตนเบื้องหน้า ฉีเทียนหมิงที่อยู่ข้างๆเขาก็ป้องมือประสานกล่าวคำทักทายออกไป เผยฐานะอีกฝ่ายให้เขารู้ทันที
‘ผู้นำคฤหาสน์เฉวียนโยวงั้นหรือ?’
และเมื่อได้ยินคำทักทายของฉีเทียนหมิง ต้วนหลิงเทียนที่ได้รับทราบฐานะอีกฝ่ายก็ยกมือขึ้นป้องประสานเอ่ยคำทักทายตามทันที “ผู้นำคฤหาสน์”
ที่แท้ชายวัยกลางคนผู้นี้ก็คือผู้นำของคฤหาสน์เฉวียนโยว
ผู้นำคฤหาสน์เฉวียนโยวที่มองจ้องต้วนหลิงเทียนอยู่ ก็พยักหน้ารับคำทักทายด้วยรอยยิ้ม “ต้วนหลิงเทียน ผลงานของเจ้าในแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลางช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”
“คฤหาสน์เฉวียนโยวของพวกเรา ไม่เอาเปรียบเจ้าแน่!”
“แต่ตอนนี้ เจ้าตามข้าไปพบท่านบรรพจารย์ก่อนเถอะ”
ผู้นำคฤหาสน์เฉวียนโยวกล่าวจบคำ ก็ผายมือเชิญต้วนหลิงเทียน และเตรียมนำทาง ยังไม่ลืมกล่าวกับฉีเทียนหมิงด้วยว่า “ผู้ตรวจการฉี ส่วนท่านกลับไปได้แล้ว”
‘บรรพจารย์?’
ต้วนหลิงเทียนอึ้งไปอยู่บ้าง
“เจ้าหนู ดูเหมือนใต้เท้าจ้าววังผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อย…จักเป็นบรรพจาร์ของผู้นำคฤหาสน์ เจ้าสำรวมให้มากเล่า”