ฉีเทียนหมิงเร่ส่งเสีผ่านพลังเตือนต้วนหลิงเทียน ก่อนจะประสานมืออำลาผู้นำคฤหาสน์เฉวียนโยวและเหินจากไปทันที
‘จ้าววังผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยเป็นบรรพจารย์ของผู้นำคฤหาสน์เฉวียนโยวรึ?’
ต้วนหลิงเทียนก็ไม่ได้อะไรกับเรื่องนี้มากมาย แค่แปลกใจอยู่บ้างที่จ้าววังผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยเป็นบรรพจารย์ของผู้นำคฤหาสน์เฉวียนโยว
หลังติดตามผู้นำคฤหาสน์เฉวียนโยวเข้ามาในวังผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยสักพัก ต้วนหลิงเทียนก็ถูกอีกฝ่ายพาเดินทะลุตัววังมาถึงสวนด้านหลัง
สวนด้านหลังกว้างใหญ่ไม่น้อย และพื้นที่กว่าครึ่งก็เป็นทะเลสาบ
ริมทะเลสาบก็ปรากฏร่างชายชราผู้หนึ่งสวมหมวกงอบฟาง กำลังนั่งตกปลาอยู่ด้วยอิริยาบถผ่อนคลาย
“ท่านบรรพจารย์”
ผู้นำคฤหาสน์เฉวียนโยวป้องมือประสานโค้งคารวะ เอ่ยคำด้วยน้ำเสียงสุภาพ “ศิษย์หลาน พาคนมาแล้ว”
แทบจะพอดีกับที่ผู้นำคฤหาสน์เฉวียนโยวกล่าวจบคำ ชายชราสวมงอบฟางก็ดึงเบ็ดขึ้นมา ก่อนจะวางไว้ข้างๆตัว หยุดการตกปลาไว้แต่เพียงเท่านี้
จากนั้นชายชราก็ค่อยๆลุกขึ้นยืนและหันกลับมามองต้วนหลิงเทียนอย่างไม่รีบไม่ร้อน ดวงตาสีโคลนของมันฉายความลึกล้ำประการหนึ่ง ราวกับมองทะลุใจผู้คนได้
จังงหวะที่สบตากับชายชรา ต้วนหลิงเทียนก็รู้สึกเสมือนถูกอีกฝ่ายมองผ่าน