ท่ามกลางสายตางุนงงสงสัยของเหล่าศิษย์และอาวุโสของคฤหาสน์เฉวียนโยว ต้วนหลิงเทียนที่พึ่งออกมายืนนิ่งได้ไม่ทันไร ก็วูบร่างไปยังแท่นค่ายกลเคลื่อนย้ายใกล้ๆ และใช้งานมันเพื่อเข้าสู่แดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลางอีกครั้ง
ด้านเหล่าศิษย์คฤหาสน์เฉวียนโยวในค่ายก็ได้แต่มองต้วนหลิงเทียนที่ปรากฏตัวขึ้นมาด้วยสายตาอื้ออึง ด้วยไม่เข้าใจว่าต้วนหลิงเทียนที่พึ่งออกไป ไฉนถึงกลับมาเร็วนัก? เรียกว่าผายลมยังไม่ทันสิ้นกลิ่นด้วยซ้ำ…
และคราวนี้ไม่ทันที่พวกมันจะได้กล่าวถามอะไร ร่างต้วนหลิงเทียนก็วูบหายไปต่อหน้าต่อตาพวกมันทันที
หนึ่งวันต่อมา…
‘ค่ายคฤหาสน์ปี้ชิง’
ต้วนหลิงเทียนที่เร่งรุดเดินทางมาตามทิศทางที่ได้รับทราบจากศิษย์คฤหาสน์เฉวียนโยวตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา ในที่สุดก็เดินทางมาถึงหน้าค่ายคฤหาสน์ปี้ชิงเรียบบร้อย
และเขายังเผยตัวออกมาอย่างโจ่งแจ้ง ไม่คิดจะซุ่มซ่อนใดๆ
จากนั้นสักพัก ก็มีศิษย์ของคฤหาสน์ปี้ชิงกำลังเหินร่างออกมาจากค่ายตามประสา
ซัวว!!
ทว่าพวกมันพึ่งจะออกมาได้ไม่ทันไร ความว่างเปล่าเบื้องหน้าก็แหวกเปิดเป็นทาง จากนั้นก็ปรากฏคมมีดมิติสีเทาหนึ่งพุ่งออกจากรอยแยกมิติฉับไว ซัดเข้ากลางอกของพวกมันจนทิ้งบาดแผลลึกชวนสยองเอาไว้
ซูว! ซูว!
สีหน้าท่าทีศิษย์คฤหาสน์ปี้ชิงทั้ง 2 เปลี่ยนไปใหญ่หลวง พวกมันขมึงตึงเครียดปานกำลังพบเจอศัตรูตัวฉกาจ ขณะเดียวกันแววตายังฉายชัดถึงความหวาดกลัวจับใจ
เพราะพวกมันรู้ดี