ต้วนหลิงเทียนเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะมองจ้องซีเหมินฮ่าวซวนตาเขม็ง
“เฮ่ๆ เจ้าอย่าพึ่งเข้าใจข้าผิดเล่า ข้าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับองค์กรกะโหลกเลือด…เหตุผลที่ข้ารู้เรื่องนี้มา เพราะได้ยินสหายข้ากล่าวถึงโดยบังเอิญ”
เมื่อเห็นว่าลึกลงไปในแววตาต้วนหลิงเทียนได้เผยประกายเยียบเย็นวาบขึ้น ซีเหมินฮ่าวซวนเร่งสายหัวและกล่าวตอบออกมาตามตรง “พอดีบิดาของมันเป็นผู้อาวุโสคนหนึ่งของกงค์กรกะโหลกเลือด”
ตัวมันเองก็พึ่งรู้เรื่องราวเมื่อวันก่อน ว่าองค์กรกะโหลกเลือดออกภารกิจสังหารต้วนหลิงเทียน
เพื่อนของมันที่รู้ว่าต้วนหลิงเทียนตกเป็นเป้าสังหาร ก็มากล่าวปลอบมันโดยบอกว่าต้วนหลิงเทียนคงอยู่ได้อีกไม่นาน
เว้นแต่ต้วนหลิงเทียนจะเลือกอยู่แต่ในเขตคฤหาสน์เฉวียนโยวไม่ออกไปไหน
“ต้วนหลิงเทียน วันหน้าหากเจ้าต้องออกนอกเขตคฤหาสน์เฉวียนโยว เจ้าต้องพาผู้ตรวจการฉีไปด้วย…ข้าได้ยินมาว่าผู้ตรวจการฉีเป็นคนไปรับตัวเจ้ามาจาจกนิกายอมตะเป้าผู่ และมีความสัมพันธ์อันดีกับนิกายอมตะเป้าผู่นัก อย่างไรก็ต้องดูแลเจ้าแน่นอน”
ซีเหมินฮ่าวซวนเอ่ยบอกต้วนหลิงเทียนด้วยน้ำเสียงจริงจัง “หากเจ้ายังไม่รู้สึกปลอดภัย เจ้าสามารถไปหาผู้นำคฤหาสน์เฉวียนโยวเพื่อหารือ…ด้วยพลังของเจ้าตอนนี้ ย่อมดึงดูดความสนใจมันไม่น้อย! มันไม่มีทางปฏิเสธเจ้าแน่!!”