“โชคร้ายที่จวบจนทุกวันนี้ ข้ายังไม่อาจมองเห็นเส้นสนกลในใดๆได้เลย ไม่มีวี่แววว่าข้าจะเข้าใจมันได้แม้แต่นิดเดียว…จนพอได้ยินว่าเจ้าได้รับผลเทพสังเวยสวรรค์ทั้งเชี่ยวชาญกฏแห่งมิติแล้ว ข้าจึงคิดว่ามิสู้มอบสิ่งนี้ให้เจ้าเสียประเสริฐกว่า เพราะต่อให้ข้าเก็บไว้ มันก็ไม่ต่างอะไรจากหินโง่ๆก้อนหนึ่ง”
กล่าวถึงจุดนี้ หวงเจียหลงก็ยกมือเล็กน้อย ทำท่าราวกับจะบอกให้ต้วนหลิงเทียนรีบรับสิ่งของในมือไป
หากแต่ต้วนหลิงเทียนยังยืนนิ่ง
นั่นเพราะตอนนี้ต้วนหลิงเทียนอึ้งไปแล้วจริงๆ
‘อยู่ในห้วงมิตินั่นได้สบายๆราวกับพลังมิติแปรปรวนเป็นแค่สายลมเย็นๆ?’
‘ห้วงมิติในระนาบเทวโลกนั้นต่างจากห้วงมิติในระนาบโลกียะลิบลับ…ต่อให้จะเป็นจักรพรรดิสวรรค์ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่ในนั้นได้นาน!’
‘ต่อให้เป็นเทพระดับต่ำหากเจอพายุมิติในนั้นยังต้องตายด้วยซ้ำ….’
‘เมื่อครู่ทองเทพสุดลี้ลับ เพลิงเทพโกลาหล และปฐพีเทพแรกกำเนิดฟ้าดินพูดว่า ผลึกสำนึกผู้แข็งแกร่งที่สุด…หรือของสิ่งนี้จะเป็นของผู้แข็งแกร่งที่สุด?’
คิดถึงจุดนี้ลูกตาต้วนหลิงเทียนก็หดเล็กลง ลมหายใจยังเริ่มเปลี่ยนเป็นถี่รัวขึ้น
“ไอ้หนู รีบคว้ามาเร็วเข้า!!”
“เจ้าหนู เจ้าโชคดียิ่งนัก! ด้วยมีมัน เส้นทางของเจ้าในภายภาคหน้าของเจ้า เรียกว่าราบรื่นไร้ปัญหาแล้ว!!”