ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้ไม่ต้องใช้ตามอง อาศัยสำนึกเทวะที่แผ่ออกไป ก็สัมผัสได้ทุกสิ่งอย่างแล้ว
เช่นนั้นซีเหมินฮ่าวซวนจึงรู้ได้ทันทีว่าใครพึ่งวูบร่างเข้ามา…เป็นต้วนหลิงเทียน นั่นเอง!
หากเป็นคนอื่น ถ้าคิดจะเข้ามาหรือออกไปจากกรงของหว่านชิงชิง เกรงว่าต้องใช้พลังทำลายบุกฝ่า ทว่าต้วนหลิงเทียนไม่จำเป็นต้องทำอะไรแบบนั้น ด้วยพลังของความลึกซึ้งเคลื่อนมิติ เพียงห้วงคิดร่างเขาก็วูบมาโผล่ได้แล้ว…
เปรียะ! เปรียะ! เปรียะ! เปรียะ! เปรียะ! เปรียะ!
…
และแทบจะเป็นเวลาเดียวกันกับที่ซีเหมินฮ่าวซวนค้นพบการมาของต้วนหลิงเทียน มันก็สัมผัสได้ทันทีว่าความว่างเปล่าโดยรอบบัดนี้ อัดแน่นไปด้วยมหาศาลขุมหนึ่ง เป็นพลังบิดเบือนฉีกกระชากของห้วงมิติอันแปรปรวน
พลังมิติอันแปรปรวนเหล่านี้ แทบไม่ต่างอะไรจากกระบี่แหลมคม เสียงพลังดังฮึงๆดุร้ายอำมหิตนัก!
ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง!
…
อย่างไรก็ตามกระบี่หนักเล่มเขื่องมีสภาพเล่มแล้วเล่มเล่า ที่ควบสร้างจากกฏทำลายล้าง อันม้วนวนรอบกายซีเหมินฮ่าวซวนก็ไม่ได้มีไว้ดูเล่น! พลังห้วงมิติที่เคี่ยวกรำเข้ามาจากทุกทิศทาง ได้ถูกคลื่นพลังทำลายล้างที่ปลดปล่อยออกจากวังวนกระบี่รอบตัวซีเหมินฮ่าวซวนต้านทานทำลายตลอดเวลา!!
“ดูเหมือนข่าวที่ลือๆกันจะไม่ผิดจริงๆ…ความเร็วเป็นจุดอ่อนของเจ้า”