‘หลังอยู่ครบกำหนดเวลาของแดนสวรรค์ใต้โบราณเดือนนี้แล้ว ให้ผู้เฒ่าฉีพาไปนิกายยอมตะเหอฮวนเลยก็ดี…อย่างไรเสียข้าก็ไม่เจอพี่เจียหลงนานแล้ว’
‘กล่าวไปแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะอย่างน้อยๆก็เป็นแรงผลักดันให้พี่เจียหลง…ทั้งต่อไปหนทางในนิกายอมตะเหอฮวนของพี่เจียหลงคงราบรื่นขึ้นหลายส่วน’
ต้วนหลิงเทียนลอบกล่าวในใจ
“นี่ต้วนหลิงเทียน ข้าพึ่งจะมารู้เอาตอนออกไปแล้ว…ที่แท้เจ้าสามารถจัดการถานหยวนกับโม่ผิงจื่อของคฤหาส์หั่วหลีที่ร่วมมือได้ เจ้าช่างร้ายกาจยิ่ง…”
หว่านชิงชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงทอดถอน
บางทีกระทั่งตัวหว่านชิงชิงเองก็ไม่รู้เลย ว่าสีหน้าทั้งน้ำเสียงที่นางใช้กับต้วนหลิงเทียนนั้น มันแตกต่างจากสีหน้าและน้ำเสียงที่นางใช้กับคนอื่น
ต่อหน้าคนอื่นนางมักเย็นชาไม่แยแสเสมอ กระทั่งแววตาท่าทียังทำราวกับจะผลักไสผู้อื่นให้ห่างออกไปนับพันลี้
แต่ตอนนี้กับต้วนหลิงเทียน นางไม่ได้แลดูเย็นชาอะไร
แน่นอนว่าหว่านชิงชิงก็ไม่ได้รู้ตัวเลย
กลับกัน ต้วนหลิงเทียนสังเกตเห็นว่าหว่านชิงชิงดูเหมือนจะคุยง่ายกว่าก่อนหน้านี้มาก เพราะไม่ได้แลดูเย็นชาเฉยเมย ไม่มีความรู้สึกเสมือนผลักไสผู้อื่นให้ล่าถอยไปพันลี้อีกต่อไป
“โม่ผิงจื่อไม่นับเป็นอะไร…แต่กับถานหยวนนั่นนับว่าข้าโชคดีจริงๆ”
ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวไปมาพลางกล่าว “ทั้งหมดเพราะถานหยวนประมาทเกินไป…ไม่งั้นหากมันเลือกจะหนีแต่แรก มันก็สามารถหนีไปต่อหน้าต่อตาข้าได้ไม่ยาก”