“เป็นธรรมดาว่าในระหว่างที่พวกเราร่วมมือกัน หากเจ้าลอบคิดไม่ซื่อกับคะแนนสะสมของข้า แล้วลอบโจมตีข้า…ถึงตอนนั้นเจ้าก็อย่าได้โทษข้าที่ไม่รักหยกถนอมบุปผา จำต้องฆ่าเจ้าทิ้งซะเล่า”
พอเห็นหว่านชิงชิงเห็นด้วยแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็กล่าวเสริมออกมาอีกประโยค สองตายังฉายประกายเยียบเย็นอำมหิต
“ฮึ! ข้าหว่านชิงชิงไม่มีทางกระทำต่ำช้าเช่นนั้นแน่ กลับกัน หากเจ้าลอบทำร้ายข้า ต่อให้ข้าจะไม่มีปัญญาฆ่าเจ้า แต่ข้าก็สามารถหนีไปได้ทันแน่…ถึงตอนนั้นพอข้าออกจากแดนสวรรค์ใต้โบราณไปแล้ว ข้าจะไปป่าวประกาศให้ทั่วว่าเจ้ามันต่ำช้ากลับกลอกขนาดไหน!!”
หว่านชิงชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาเช่นกัน “ถึงตอนนั้น ในแดนสวรรค์ใต้โบราณ นอกจากคนของคฤหาสน์เฉวียนโยวแล้ว คงไม่มีใครกล้าร่วมมือกับเจ้าอีกแน่!”
“เจ้าไม่มีโอกาสทำอะไรแบบนั้นหรอก”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกเสียงเรียบ
และวาจาเสียงเรียบดังกล่าว ทำให้หว่านชิงชิงบังเกิดความตึงเครียดหวั่นใจขึ้นมาทันที “เจ้าพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร?”
“อะไร? หรือเจ้ากำลังคิดว่าหากข้าคิดจะลอบทำร้ายเจ้าจริง ข้าต้องไม่มีทางปล่อยให้เจ้ารอดไป จนทำให้ข้าเสื่อมเสียอะไรทำนองนั้นอยู่?”
ต้วนหลิงเทียนหยีตามองถามหว่านชิงชิง สองตายังเผยประกายแหลมคมทำราวกับอ่านใจหว่านชิงชิงได้ออก
“เจ้าวางใจเถอะ ที่ข้าจะสื่อก็คือ…ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอก ข้าไม่คิดเปิดโอกาสให้เจ้าทำข้าเสื่อมเสียแน่นอน”