ได้ยินคำถามของต้วนหลิงเทียน ฉีเทียนหมิงย่อมเดาความคิดต้วนหลิงเทียนออกได้ไม่ยาก สองตายังเบิกกว้างขึ้น ใบหน้าเริ่มมืดดำคร่ำเคร่ง
“ก็ทำแบบนั้น…ไม่ใช่ว่าคะแนนจะไหลมาเทมาอย่างรวดเร็วรึไง?”
ต้วนหลิงเทียนยักไหล่ พลางถามด้วยรอยยิ้ม
ฉีเทียนหมิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆอยู่หลายครั้งกว่าจะสงบลงได้ “ต้วนหลิงเทียน ข้าไม่แนะนำให้เจ้ากระทำเช่นนั้น…ถึงแม้ว่าคฤหาสน์อมตะที่โดนเจ้าไปดักหน้าค่าย จะทำได้แค่ล้างแค้นเจ้าในแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลาง แต่นั่นก็มิใช่เรื่องดีสำหรับเจ้าเลย”
“ยิ่งไปกว่านั้นหากเจ้าลงมือเกินเลยไป ข้าไม่รู้ว่าพวกมันจะบ้าถึงขั้นล้างแค้นเจ้าข้างนอกหรือไม่…แน่นอนว่าพวกมันคงไม่ลงมือเอง แต่ไม่พ้นต้องจ้างองค์กรมือสังหารอะไรแน่…ถึงตอนนั้นเจ้ายังจะออกนอกคฤหาสน์เฉวียนโยวได้หรือ?”
กล่าวถึงจุดนี้ ฉีเทียนหมิงก็ส่ายหัวไปมา ด้วยคิดว่าต้วนหลิงเทียนช่างอ่อนต่อโลกนัก
“นอกจากนั้นถึงแม้ตอนนี้เจ้าจะเข้าใจความลึกซึ้งเคลื่อนมิติ แต่หากเจ้าเจอขุนนางอมตะ 10 ทิศที่เชี่ยวชาญกฏแห่งลม และเข้าใจความลึกซึ้งที่เสริมความเร็วเป็นหลัก 2 ประการขึ้นไป เจ้าไม่มีทางหนีพวกมันได้พ้นแน่”
“ดังนั้นข้าว่าเจ้าเก็บๆตัวไว้บ้างก็ดี…อย่าได้ทำเรื่องเช่นไปดักหน้าค่ายคฤหาสน์อู่จ้านอีก”
ฉีเทียนหมิงเกลี้ยกล่อม