หากอีกฝ่ายคิดจะใช้ความลึกซึ้งท่องอัคคี อย่างน้อยๆก็ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยเพลิงไฟเสียก่อน
แต่เห็นได้ชัดว่ากงซุนจิ้งไม่ได้อยู่ในภสาพแวดล้อมดังกล่าว
“เหอะ!”
กงซุนจิ้งที่ถูกต้วนหลิงเทียนกล่าวดักคอ อดไม่ได้ที่จะพ่นลมสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ จากนั้นก็กล่าวออกเสียงเย็นว่า “ถึงข้าจะฆ่าเจ้าไม่ได้แล้วยังไง หรือว่าเจ้าจะมีปัญญาฆ่าข้าได้?”
“เจ้าที่ยังอายุไม่ถึงร้อยปี แม้บรรลุถึงขุนนางอมตะ 10 ทิศได้แล้วจะกล่าวได้ว่าเจ้ามีพรสวรรค์ในการฝึกตนสูงล้ำเข้าขั้นท้าทายสวรรค์…แต่อย่างเจ้าจักเข้าใจความลึกซึ้งของกฏมิติได้สักกี่ประการเชียว?”
“หากข้าตั้งใจรับมือ น้ำหน้าอย่างเจ้ามีหรือจะฝ่าการป้องกันของข้าได้?”
กล่าวถึงท้ายประโยคน้ำเสียงของกงซุนจิ้นก็เต็มไปด้วยความดูแคลนเย้ยหยัน เห็นได้ชัดว่ามันไม่คิดว่าต้วนหลิงเทียนจะมีปัญญาทำอะไรมันได้
“เช่นนั้นก็ลองดูหน่อยปะไร…ว่าการป้องกันของเจ้าจะต้านทานการโจมตีของข้าได้รึเปล่า”
เผชิญกับการดูเบาหมิ่นหยามของกงซุนจิ้ง ต้วนหลิงเทียนยังคงคลี่ยิ้มออกมาอย่างไร้แยแส จากนั้นพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดก็หลั่งไหลไปตามชีพจรสวรรค์ 99 สายดั่งน้ำเชี่ยว ค่อยปะทุขึ้นมาลุกโชนทั่วร่างเขา ผสานรวมเข้ากับธาตุมิติจนกลับกลายเป็นสีเทา
‘เคลื่อนมิติ’
ร่างต้วนหลิงเทียนอันตรธานหายไปอย่างอัศจรรย์ พริบตาก็ไปผุดโผล่ด้านหลังกงซุนจิ้งปานภูตผี
“กักกัน!”