“อย่างไรก็ตาม ในเมื่อมันอายุไม่ถึงร้อยปี เช่นนั้นด่านพลังฝึกปรือของมันก็ไม่น่าจะทัดเทียมข้ากับเจ้าได้…ขอเพียงพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดของมันด้อยกว่าพวกเรา ต่อให้มันจะสามารถเคลื่อนย้ายในพริบตาได้ แต่ก็ต้องใช้เวลารวมพลัง…จึงไม่ใช่เรื่องยากที่พวกเราจะไล่มันได้ทัน”
กล่าวถึงจุดนี้สองตาถงฉี่ซานก็ทอประกายสว่างจ้า เปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจในด่านพลังฝึกปรือของมันกับหงจี
หงจีพยักหน้ารับ ค่อยหันไปมองชายหนุ่มชุดม่วงไม่ไกล พลางเอ่ยออกอีกครั้ง “เจ้าหนูจากคฤหาสน์เฉวียนโยว…ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเข้าใจความลึกซึ้งเคลื่อนมิติทั้งที่ยังอายุไม่ถึงร้อยปีได้…”
“เพียงแต่ หากเจ้าคิดว่าอาศัยความลึกซึ้งเคลื่อนมิตินั่น จักสามารถหลบหนีพวกเราได้ล่ะก็ เช่นนั้นเจ้าก็ไร้เดียงสาเกินไป!”
เสียงของหงจีเต็มไปด้วยความถือดี เย่อหยิ่ง
“หนี?”
ต้วนหลิงเทียนที่วูบร่างหลบการโจมตีของหงจีไปได้อย่างอัศจรรย์ อดไม่ได้ที่จะผงะไปเล็กน้อย จากนั้นก็หัวเราะออกมาดังร่า
“ข้าไปพูดตั้งแต่เมื่อไหร่…ว่าข้าจะหนี?”
จากนั้นรอยยิ้มสดใสก็เริ่มคลี่กางขึ้นบนใบหน้าต้วนหลิงเทียน
“เอาล่ะ ตอนนี้เชิญเจ้าลงมือเข้ามาได้เต็มที่…และเห็นแก่ที่พวกเจ้าใจดีไม่คิดฆ่าข้า เช่นนั้นข้าเองก็จะเมตตาละเว้นพวกเจ้าเหมือนกัน”
ขณะกล่าวประโยคท้าย ใบหน้าต้วนหลิงเทียนยังคงคลี่กางร้อยยิ้มสดใสไม่ห่างหาย
“เมตตาละเว้นพวกเรา?”