“ก็จริงของเจ้า…อีกทั้งในเมื่อเจ้าวังผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยตัดสินใจไปแล้ว อย่าว่าแต่ข้าเลย กระทั่งผู้นำคฤหาสน์เราก็ไม่มีปัญญาทำอะไรได้หรอก…”
ฉีเทียนหมิงถอนหายใจออกมาอีกเฮือก ก่อนที่จะพาต้วนหลิงเทียนกลับไปยังที่พักบ่มเพาะของมัน เป็นเคหะสถานที่ค่อนข้างใหญ่โตบนเกาะวงในเกาะหนึ่งที่อยู่ถัดออกมาจากใจกลาง สภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะนับว่าดีไม่น้อย นับว่าเป็นสถานที่ๆมีสภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะดีที่สุดตั้งแต่ที่ต้วนหลิงเทียนมาถึงระนาบเทวโลกเลยก็ว่าได้ แม้แต่สภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะใกล้ๆวังผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยก็เทียบไม่ได้
เป็นธรรมดาว่าต้วนหลิงเทียนยังรู้อีกด้วย
ว่าสภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะนอกวังผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อย มันไม่อาจเทียบกับด้านในตัววังผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยได้เลย
อย่างน้อยๆสภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะภายในวังผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยก็ต้องดีกว่าที่นี่ ไม่มีทางด้อยกว่าแน่นอน
“หลังจากนี้เจ้าก็พักอาศัยอยู่กับข้าไปก่อนแล้วกัน”
ฉีเทียนหมิงกล่าว
“ผู้เฒ่าฉีนี่มันจะรบกวนท่านเกินไปรึเปล่า”
ต้วนหลิงเทียนย่อมทราบถึงความหวังดีของฉีเทียนหมิง “จะอย่างไรสถานะของข้าตอนนี้ก็เป็นแค่เพียงศิษย์ฝ่ายนอกของคฤหาสน์เฉวียนโยวเท่านั้น มันก็สมควรมีที่พักสำหรับเหล่าศิษย์ฝ่านอกไม่ใช่หรือ?”
“ไอ้มีมันก็มีอยู่หรอก แต่สภาพแวดล้อมสำหรับฝึกปรือไม่อาจเทียบบ้านข้าได้หรอก”