ฉีเทียนหมิงกล่าว “พรสวรรค์ระดับเจ้าไปอยู่ที่นั่นไม่เสียเปล่าตายหรือ อย่าให้การฝึกฝนของเจ้าต้องล่าช้าเพราะเรื่องเหลวไหลเลย เพียงอยู่ที่นี่ไปเถอะ…รอให้เจ้าผ่านบททดสอบของท่านเจ้าวังผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยเมื่อใดเจ้าก็สบายแล้ว! ถึงแม้ข้าจะไม่เคยเข้าไปบบ่มเพาะที่นั่น แต่กล่าวกันว่าในคฤหาสน์เฉวียนโยวเรา สถานที่ๆมีสภาพแวด้อมในการบ่มเพาะที่ดีที่สุดก็คือที่นั่น…แม้แต่ท่านผู้นำคฤหาสน์เองยังมักไปปิดด่านบ่มเพาะที่นั่นเลย”
“หือ? ผู้นำคฤหาสน์ก็มักไปปิดด่านบ่มเพาะที่วังผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยงั้นรึ?”
ได้ยินคำพูดดังกล่าวของฉีเทียนหมิง ต้วนหลิงเทียนก็มั่นใจได้เต็มสิบส่วน ว่าสภาพแวดล้อมในวังผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อย น่ากลัวจะดีกว่าสถานที่พักส่วนตัวของผู้นำคฤหาสน์เฉวียนโยวเสียอีก
ถึงแม้ต้วนหลิงเทียนจะไม่ได้เรื่องมากกับสถานที่บ่มเพาะอะไรก็ตามที
เพราะสุดท้ายแล้วในร่างเขาก็มีพฤกษาเทพกำเนิดชีพ ด้วยความช่วยเหลือของมัน ตอนนี้เขาไม่ต้องสนใจสภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะมากนัก
อย่างไรก็ตามการได้เป็นผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อย และเข้าสู่วังผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อย สิ่งที่เขาจะได้ไม่ใช่แค่สถานที่บ่มเพาะ หากแต่เป็นทรัพยากรที่ตอนนี้เขาต้องการอย่างมาก ทั้งหมดเพื่อให้ด่านพลังฝึกปรือของเขาก้าวหน้าขึ้นรวดเร็วที่สุด
ดังนั้นเขาก็เลยอยากผ่านบททดสอบและกลายเป็นผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยเร็วๆ เพื่อจะได้เสวยสุขกับทรัพยากรเหล่านั้นเสียที