ปี้ไห่หมิงเฟิงมองต้วนหลิงเทียนด้วยสีหน้าประหลาดใจอยู่บ้าง เห็นได้ชัดว่ามันยังคงจำต้วนหลิงเทียนได้
“ข้าเอง”
ต้วนหลิงเทียนก็พยักหน้าตอบยืนยัน
“ในเมื่อพวกเจ้าเคยเจอกันแล้วข้าคงไม่ต้องแนะนำอะไรมาก…ผู้ตรวจการปี้ไห่ ข้าต้องพาต้วนหลิงเทียนไปทำธุระก่อน ไว้ว่างๆเจ้าแวะกลับมานี่เมื่อไหร่ พวกเราค่อยไปนั่งดื่มกัน”
ฉีเทียนหมิงเอ่ยลาปี้ไห่หมิงเฟิง ก่อนที่จะพาต้วนหลิงเทียนจากไป
ถึงแม้ปี้ไห่หมิงเฟิงจะเป็นรุ่นน้องและพลังฝีมือยังเทียบมันไม่ได้ อย่างไรก็ตามอายุอีกฝ่ายน้อยกว่ามันมาก พรสวรรค์ทั้งเชาว์ปัญญาก็สูงกว่ามัน จึงเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้นที่อีกฝ่ายจะก้าวข้ามมัน เช่นนั้นฉีเทียนหมิงเองก็ไม่คิดจะใช้ความอาวุโสกดข่มปี้ไห่หมิงเฟิง และปฏิบัติต่อปี้ไห่หมิงเฟิงอย่างเท่าเทียม
“นี่มันยังไงกันล่ะเนี่ย?”
ปี้ไห่หมิงเฟิงมองแผ่นหลังฉีเทียนหมิงกับต้วนหลิงเทียนที่ห่างออกไปด้วยความงุนงง คิ้วขดย่นเป็นปมเบาๆด้วยความสงสัย “ไฉนผู้ตรวจการฉีถึงพาต้วนหลิงเทียนมาคฤหาสน์เฉวียนโยวเล่า…คงไม่ใช่คิดรับต้วนหลิงเทียนมาเป็นศิษย์ส่วนตัวหรอกนะ?”
“แต่เรื่องนี้มันผิดกฏมิใช่หรือ?”
ถึงแม้คฤหาสน์เฉวียนโยวจะไม่ได้ห้ามไม่ให้ผู้ตรวจการรับศิษย์ แต่หากจะรับก็จำต้องให้ศิษย์คนนั้นผ่านเกณฑ์เข้าร่วมคฤหาสน์เฉวียนโยวด้วยตัวเองเสียก่อน ไม่ใช่นึกจะพามาเข้าร่วมคฤหาสน์เฉวียนโยว ก็พามาได้ตามใจชอบ