หลังเหินร่างติดตามฉีเทียนหมิงผ่านเมฆหมอกจนเข้าสู่เขตเกาะลอย 1 ใน 3 ของวงใน เขาก็แลเห็นสิ่งปลูกสร้างที่งดงามปานพระราชวังปลูกสร้างเอาไว้ไม่กี่หลัง แม้วังจะไม่ได้แลดูใหญ่โตอะไรมากมาย หากแต่ให้ความรู้สึกเสมือนอสูรกายบรรพกาลแสนดุร้ายที่กำลังหลับไหลอยู่ พาลให้สัญชาตญาณเขาร้องเตือนถึงอันตรายทันที!
“ผู้เฒ่าฉี…วังเหล่านี้ไอ้สวยมันก็สวยดีแถมแลดูหรูหรามีระดับ มองแว่บแรกให้ความรู้สึกโอ่อ่าไม่เบา แต่ไฉนมันกลับให้ความรู้สึกอันตรายนักเล่า? ข้าคงไม่ได้คิดไปเองหรอกนะ?”
ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะหันไปถามฉีเทียนหมิงด้วยความสงสัย
“ไม่ใช่เจ้าคิดไปเองหรอก…เจ้ารู้สึกแบบนี้ยังไม่แปลกด้วยซ้ำ และอย่าว่าแต่เจ้าเลย กระทั่งตัวข้าเองก็รู้สึกอันตรายไม่ต่างกัน”
ฉีเทียนหมิงส่ายหัวไปมาพลางกล่าว “วังที่เจ้าเห็นเหล่านั้น มีค่ายกลที่จัดตั้งมาตั้งแต่สมัยโบราณ เรียกว่าเป็นค่ายกลที่ดำรงอยู่ตั้งแต่ยุคแรกๆของคฤหาสน์เฉวียนโยว และไม่เพียงค่ายกลป้องกัน มันยังเต็มไปด้วยค่ายกลสังหารอันน่ากลัว กระทั่งให้เป็นจอมราชันอมตะ แต่หากล้วงล้ำเข้าไปในอาณาเขตสังหารยังสิบตายไร้ทางรอด!”
“กล่าวได้ว่าหากข้าเผลอล่วงล้ำเข้าไปโดไม่ได้รับอนุญาติ ข้าก็คงต้องตกตายเป็นผีเฝ้าค่ายกลไปชั่วกาล…”
กล่าวถึงท้ายประโยค เสียงของฉีเทียนหมิงยังเผยความกลัวไม่น้อย
“ร้ายแรงถึงขนาดนั้นเชียว?”