กล่าวถึงจุดนี้ รอยยิ้มสดใสก็คลี่กางขึ้นมาบนใบหน้าฉีเทียนหมิง
ซุนเหลียงเผิงเป็นดั่งลูกชายของมัน มันได้เห็นซุนเหลียงเผิงตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อยไม่ประสาจนเติบโตขึ้นมาถึงวันนี้ เรียกว่ายึดถือซุนเหลียงเผิงเป็นดั่งลูกชายของมันไปครึ่งนึงแล้ว พอรู้ว่าซุนเหลียงเผิงกำลังจะได้รับรางวัลจากคฤหาสน์เฉวียนโยว มันก็รู้สึกมีความสุขและยินดีกับซุนเหลียงเผิงจากใจ
“อาจารย์ลุง ท่านพึ่งมาถึงแท้ๆ ไม่อยู่พักผ่อนสักวันสองวันเล่า จะรีบไปไหนกัน?”
ซุนเหลียงเผิงกล่าวตอบด้วยความตกใจ “ข้าจำได้…ท่านเองก็ไม่ได้ชี้แนะสอนสั่งข้ามานานแล้ว”
“เหอะ! เจ้าเชื่อฟังคำสอนของข้าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน อีกทั้งพอข้าจักสอนเจ้าทีไร ไม่ใช่เจ้ารึ ที่หนีหน้าข้าไปเล่นกับนังหนูผู้นั้นตลอด?”
ได้ยินวาจาของซุนเหลียงเผิง ฉีเทียนหมิงก็ได้แต่ถลึงตามองอีกฝ่ายพลางส่ายหน้าอย่างระอา จากนั้นก็หอบหิ้วต้วนหลิงเทียนเหินร่างหายไปต่อหน้าต่อตาซุนเหลียงเผิงราวสายลมหอบหนึ่ง
ครู่ต่อมา ในลานด้านหน้าของคฤหาสน์ส่วนตัวประจำตำแหน่งประมุขนิกายอมะตเป้าผู่ ก็คงเหลือแต่ซุนเหลียงเผิงที่ถูกทิ้งไว้ให้ยืนหน้าม้านยิ้มแห้งๆด้วยความอายเพียงลำพัง
ส่วนอีกด้าน
ในฐานะราชาอมตะ 10 ทิศ ความเร็วในการเหินบินของฉีเทียนหมิงเป็นธรรมดาว่ารวดเร็วเป็นอย่างมาก ไม่ทันไรก็หอบหิ้วร่างต้วนหลิงเทียนออกนอกเขตนิกายอมตะเป้าผู่ไปไกลแล้ว