“ประมุข…แล้วคนผู้นั้นไปไหนแล้วเล่า?”
ต้วนหลิงเทียนมองถามซุนเหลียงเผิงด้วยสายตาสงสัย
ในความเห็นเขา ในเมื่อคนผู้นั้นประสบความสำเร็จระดับนี้ตั้งแต่ 30,000 กว่าปีก่อน หากยังอยู่ในแดนสวรรค์ใต้ ต้องไม่ใช่คนธรรมดาๆแน่นอน
ท้ายที่สุดแล้วเมื่อ 30,000 ปีก่อนก็เป็นถึงขุนนางอมตะ 9 ตำหนักที่เข้าใจความลึกซึ้งของกฏแห่งลมถึง 5 ประการ!
“ตาย”
ซุนเหลียงเผิงถอนหายใจอย่างสะทกสะท้อน “ตอนนั้นด้วยพรสวรรค์และอัจฉริยะภาพของมัน ทำให้ผู้คนในคฤหาสน์เฉวียนโยวยุคนั้นต้องตกตะลึงพรึงเพริด…ต่อมาเมื่อเข้าสู่ตระกูลที่อยู่เหนือคฤหาสน์เฉวียนโยวและได้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม พรสวรรค์และเชาว์ปัญญาก็เฉิดฉายจนโดดเด่นเหนือใคร”
“ทว่าพอบรรลุถึงขอบเขตราชาอมตะ 6 ผสาน ภรรยาที่คบหากันโดยไม่เปิดเผยของมันกลับถูกอัจฉริยะคนหนึ่งในตระกูลใหญ่ข่มขืน ถึงแม้อัจฉริยะผู้นั้นจะมีพรสวรรค์และความเข้าใจด้อยกว่า…แต่อย่างไรด่านพลังฝึกปรือก็ยังเหนือกว่า สุดท้ายพอเกิดการท้าประลองเป็นตายเพื่อศักดิ์ศรีขึ้น ก็มีอันต้องจบชีวิตลงไปอย่างน่าเศร้า…”
“หาไม่แล้วหากยังมีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้ เกรงว่าพลังฝีมือและความสามารถ คงเหนือกว่าอัจฉริยะในตระกูลผู้นั้นไปไกล สุดที่จะเทียบเทียมกันได้”
เสียงกล่าวประโยคท้ายของซุนเหลียงเผิง ฉายชัดถึงความเสียดายอย่างถึงที่สุด
“ตกตายไปกลางคัน ไม่ทันได้เติบโตเต็มศักยภาพงั้นหรือ?”