หลังได้ยินเรื่องราวจากปากซุนเหลียงเผิง ต้วนหลิงเทียนก็เสียดายแทนอัจฉริยะที่เป็นผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยของคฤหาสน์เฉวียนโยวเมื่อ 30,000 กว่าปีก่อนอยู่บ้าง เพราะหากอีกฝ่ายไม่ตกตายไปเสียก่อน ความสำเร็จย่อมไม่ต้อยต่ำ ไม่แน่อาจจะเทียบได้กับจอมราชันอมตะสวรรค์ใต้ที่ยืนอยู่ ณ จุดสูงสุดของแดนสวรรค์ใต้
“หากผู้พิทักษ์น้อยคนนั้นอดทนเสียหน่อย ก็ไม่ใช่ว่าจะเข่นฆ่าอัจฉริยะคนนั้นไม่ได้มิใช่หรือ?”
สองตาต้วนหลิงเทียนทอประกายวาบหนึ่ง
“นั่นมันแน่อยู่แล้ว เพราะพรสววรรค์และความเฉลียวฉลาดของมัน ไม่ใชอะไรที่อัจฉริยะในตระกูลใหญ่คนนั้นจะเทียบเทียมได้เลย”
ซุนเหลียงเผิงกล่าวด้วยความมั่นใจ
“แล้วอัจฉริยะของตระกูลใหญ่ที่ว่า…ยังมีชีวิตอยู่ไหม?”
ต้วนหลิงเทียนถามเพิ่มด้วยความอยากรู้
“ยังอยู่”
ซุนเหลียงเผิงพยักหน้า ยังอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มขื่นขม “มันไม่เพียงแต่ยังมีชีวิตอยู่…แต่มันยังกลายเป็นผู้นำของตระกูลใหญ่นั้นแล้วด้วย…ผู้นำของ 10 ตระกูลใหญ่ในแดนสวรรค์ใต้ แม้จะไม่ใช่ตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ก็ถือว่าเป็นพลังระดับสูงของแดนสวรรค์ใต้”
“และพลังฝีมือของมัน ยังเหนือกว่าผู้นำ 10 ตระกูลใหญ่คนอื่นๆ กล่าวกันว่าพลังฝีมือของมันแทบจะใกล้เคียงกับจอมราชันอมตะสมญานามแล้ว”
ซุนเหลียงเผิงกล่าว
“ในปัจจุบันมันประสบความสำเร็จถึงขั้นนั้นแล้วรึ?”