ต้วนหลิงเทียนถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง “มิได้หมายความว่าหากอัจฉริยะที่เป็นอดีตผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยของคฤหาสน์เฉวียนโยวยังอยู่…ก็คงกลายเป็นจอมราชันอมตะสมญานามไปแล้วหรือไร?”
ซุนเหลียงเผิงพยักหน้า “มิผิด หากยังอยู่และสามารถรักษาอัตราความก้าวหน้า ด้วยพรสวรรค์และความเฉลียวฉลาดป่านนี้อย่างน้อยๆก็ต้องกลายเป็นจอมราชันอมตะสมญานาม เผลอๆอาจจะทะลวงถึงขอบเขตจักรพรรดิอมตะไปแล้วด้วยซ้ำ! เรียกว่าหากยังไม่ตาย พลังฝีมือก็ไม่น่าจะอ่อนด้อยไปกว่าจอมราชันอมตะสวรรค์ใต้คนปัจจุบันที่ปกครองแดนสวรรค์ใต้อยู่เลย”
“น่าเสียดายที่ฟ้าริษยาอัจฉริยะ จึงทำให้มันตกตายก่อนวัยอันควร…ว่ากันว่าตอนภรรยาของมันถูกขืนใจ ในท้องก็ตั้งครรภ์ลูกของมันแล้ว ต่อมาหลังจากที่มันตายตก ภรรยาที่ตั้งครรภ์ลูกในท้องของมัน ก็ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ หลายคนกล่าวกันว่าอัจฉริยะของตระกูลใหญ่คนนั้น ได้ฆ่านางเพื่อตัดรากถอนโคนไปแล้ว”
“ข้าได้ยินมาว่า…ภรรยาของผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยนั้นจิตใจเข้มแข็งนัก แม้จะโดนอัจฉริยะของตระกูลใหญ่ข่มขืนแต่นางก็ไม่เลือกหนทางปลิดปลงชีวิตตัวเองเพื่อหนีความอัปยศ แต่เลือกที่จะกล้ำกลืนความอัปยศอดสูรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้เพื่อลูกในท้อง!”
กล่าวถึงท้ายประโยคน้ำเสียงของซุนเหลียงเผิงก็เผยให้เห็นโทสะประการหนึ่ง
ได้ยินคำพูดของซุนเหลียงเผิง สองตาต้วนหลิงเทียนก็ทอประกายเยียบเย็นเช่นกัน