ก่อนจะเจอตัวต้วนหลิงเทียน เหลิ่งเอี้ยเองก็คิดว่าสิบในสิบต้วนหลิงเทียนสมควรตกตายไปแล้ว
แต่ในเมื่อตอนนี้มันรู้ดีแก่ใจว่าต้วนหลิงเทียนยังไม่ตาย เช่นนั้นจึงตั้งใจให้หวังเชียนจ้านตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ ทั้งหมดเพื่อให้มันมีคำพูดไปกล่าวบอกต่อองค์กรว่าต้วนหลิงเทียนยังไม่ตาย ทำให้องค์กรออกภารกิจสังหารต้วนหลิงเทียนดังเดิม
“ใต้เท้าเหลิ่งเอี้ย…”
หวังเชียนจ้านคลี่ยิ้มขื่นขม ค่อยบดขยี้ยันต์อมตะส่งเสียงไปอย่างขมขื่น “เรื่องนี้ท่านคงไม่ทราบ…แต่หลังจากที่ต้วนหลิงเทียนหลบหนีออกจากนิกายอมตะเป้าผู่ใต้จมูกท่านวันนั้น ข้าก็โดนซุนเหลียงเผิงประมุขนิกายอมตะเป้าผู่ ขับไล่ออกจากนิกายอมตะเป้าผู่แล้ว….”
“หากตอนนี้ข้ายังเป็นผู้อาวุโสใหญ่ของนิกายอมตะเป้าผู่อยู่ เรื่องไปตรวจสอบลูกแก้ววิญญาณของต้วนหลิงเทียนที่ตั้งโทนโท่ในโถงวิญญาณคงไม่นับเป็นอันใด…แต่ตอนนี้ข้ามิอาจทำเช่นนั้นได้อีก”
หวังเชียนจ้านกล่าว
“เหอะ!”
ได้ยินคำพูดของงหวังเชียนจ้าน เหลิ่งเอี้ยก็สบถคำเสียงเย็น ค่อยกล่าวสืบต่อ “ต่อให้เจ้าจะไม่ใช่ผู้อาวุโสใหญ่นิกายอมตะเป้าผู่แล้วอย่างไร หรือเจ้าไม่มีญาติสนิทมิตรสหายสักคนในนิกายอมตะเป้าผู่? คิดให้พวกมันตรวจสอบลูกแก้ววิญญาณต้วนหลิงเทียนว่ายังอยู่ดีหรือไม่ ข้าว่ามันคงไม่ยากอะไรกระมัง?”