“ใต้เท้าเหลิ่ง…ตอนข้าอยู่ในนิกายอมตะเป้าผู่ข้าล่วงเกินผู้คนมากมาย ตั้งแต่ที่ข้าออกจากนิกายอมตะเป้าผู่มาข้าต้องใช้ชีวิตอย่างหลบๆซ่อนๆ…คนที่เคยเรียกหาเป็นพี่น้องทั้งสหายกับข้าในวันวาน ยามข้ารุ่งเรืองพวกมันล้วนยินดีช่วยเหลือข้า วันนี้พอข้าลำบาก พวกมันก็ไม่แม้แต่จะเหลียวแล นับประสาอะไรจะช่วยข้า…”
หวังเชียนจ้านกล่าวกลั้วเสียงหัวเราะเย้ยเยาะตัวเอง
“ทำให้ดีที่สุดก็พอ…หากเจ้าทำได้ข้าจะแนะนำเจ้าให้เข้าเป็นนักฆ่าองค์กรกะโหลกเลือดของเรา”
เหลิ่งเอี้ยกล่าว
แทบจะทันทีที่ได้ยินเสียงข้อความประโยคนี้ของเหลิ่งเอี้ย สองตาหวังเชียนจ้านก็ลุกวาวสว่างจ้าขึ้นมาทันที ใบหน้ายังฉายชัดถึงความประหลาดใจถึงที่สุด “ตะ…ใต้เท้าเหลิ่ง ที่ท่านกล่าว…จริงหรือ?”
“ก็ต้องดูว่าเจ้าจะจัดการเรื่องนี้ได้หรือไม่…”
เหลิ่งเอี้ยกล่าว
“ขอใต้เท้าเหลิ่งอย่าได้ห่วง…ข้าน้อยจักจัดการให้เรียบร้อย!”
หวังเชียนจ้านลั่นวาจาออกไปเป็นมั่นเหมาะ
ถึงแม้เรื่องที่มันกล่าวกับเหลิ่งเอี้ยจะเป็นความจริง แต่กับอีแค่หาคนไปดูลูกแก้ววิญญาณของต้วนหลิงเทียนในโถงวิญญาณนิกายอมตะเป้าผู่ก็ไม่นับว่ายากเย็นอะไร ขอแค่มันยอมจ่ายราคาบางอย่าง ก็มีหลายคนพร้อมช่วยมัน
“อาวุโส 3”