“ปรากฏว่าเจียงผิงอันมีศาสตราเซียนอยู่กับตัวจริง ๆ!”
“ข่าวลวงนี่มาจากไหน ศาสตราเซียนมีสักกี่ชิ้น พวกมันล้วนอยู่ในมือขุมกำลังใหญ่ทั้งนั้น เจียงผิงอันจะมีศาสตราเซียนได้อย่างไร?”
“จากข่าวลือล่าสุด มหาจักรพรรดิเคยทิ้งศาสตราเซียนสามชิ้นซึ่งมิได้ปรากฏสู่โลกหล้าเอาไว้ ผู้ใดได้มันมาสักชิ้นจะสามารถบรรลุเซียนได้”
“ไฉนข้าจึงไม่เคยได้ยินถึงมันมาก่อน? ข่าวลวงแน่ ๆ”
ยามข่าวแรกปรากฏ มีผู้เชื่อมันไม่มากนัก แต่ยิ่งมีผู้พูดถึงมันหนาหูเข้าผู้คนก็เริ่มเกิดความสงสัย
“เจียงผิงอันอายุน้อยเพียงนี้ แต่กลับสำเร็จได้ดังที่เห็น สร้างขอบเขตของตนเอง สร้างร่างเทวะและวรยุทธ์ของตัวเองได้ นั่นมิใช่เพราะศาสตราเซียนสนับสนุนหรือ?”
“นี่ต้องเป็นเพราะศาสตราเซียนแน่ ๆ หากข้ามีศาสตราเซียนเช่นนั้นข้าก็จะเป็นอัจฉริยะผู้ยิ่งยงได้เหมือนกัน”
“ข้าหรือก็คิดว่าเพราะตัวเจียงผิงอันเองที่แข็งแกร่ง แต่ที่แท้ก็เป็นเพราะศาสตราเซียนนี่เอง”
ในแดนอุดร ร่างโชกเลือดของเจียงผิงอันอยู่บนซากศพมารแมลงพันขายาวยี่สิบลี้ตนหนึ่ง ร่างคละคลุ้งด้วยกลิ่นคาวเลือด
จิ้งจอกเก้าหางจี้เฟยส่ายทรวดทรงดุจน ้าเต้า ร่อนลงตรงหน้าเจียงผิงอันใบหน้างามเย็นเยียบดุจน ้าแข็งเกาะ
“ยามนี้ทั่วโลกหล้าผู้ฝึกตนกำลังแพร่งพรายข่าวว่าเจ้ามีศาสตราเซียนกับตัว กระทั่งข้ายังเกือบเชื่อแล้ว หอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลยังหาตัวคนปล่อยข่าวลวงนี่มิได้”
“ยามนี้เจ้าออกไปข้างนอกไม่ได้นะ ต้องรีบกลั