อย่างไรก็ตามแวววตาคาดหวังดังกล่าวปรากฏได้ไม่ทันไร ก็หม่นแสงลงทันที ยังอดไม่ได้ที่จะยิ้มเยาะตัวเอง “ข้าก็ช่างเพ้อฝันไปได้…ดั่งตัวโง่งมฝันละเมอโดยแท้”
“กระทั่งเค่อเอ๋อ เสี่ยวเฟยเอ๋อ เทียนหวู่ ท่านพ่อท่านแม่และทุกคนข้ายังไม่มีปัญญาจะช่วยได้เลยด้วยซ้ำ…กลับเพ้อคิดไปถึงเรื่องบรรลุขอบเขตผู้แข็งแกรงที่สุดแล้ว”
หลังพึมพำถึงจุดนี้ อารมณ์ต้วนหลิงเทียนก็กลายเป็นหดหู่อีกครั้ง
“ป่านนี้เค่อเอ๋อกับเสี่ยวเฟยเอ๋อจะเป็นอย่างไรแล้ว…ยังมีเทียนหวู่ ท่านพ่อ ท่านแม่ ซือหลิง เนี่ยนเทียนและทุกคนอีก…”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวถึงจุดนี้อารมณ์ก็กลายเป็นสะทกสะท้อน สองตาเริ่มหลับลง และพยายามระงับความเศร้าในใจ
อย่างไรก็ตาม หากมองจากหน้าอกที่ยุบๆพองๆปานลูกสูบแล้ว เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ที่พุ่งพล่านขึ้นมานี้ คงยากจะระงับได้ในเวลาอันสั้น
จนเมื่อคืนหนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืนผ่านไป คลื่นพลังทั้ง 5 ธาตุก็เริ่มโคจรไหลเวียนไปทั่วร่างเขาอย่างรุนแรง ทำให้ต้วนหลิงเทียนลืมตาตื่นขึ้นมาทันที อารมณ์ที่กระสับกระส่ายและหดหู่ ก็สลายหายไปในพริบตา
ไม่ใช่ใดอื่น แต่เพราะ…
เขาทะลวงด่านพลังได้แล้ว!
“นี่น่ะเหรอ…ขอบเขตขุนนางอมตะ…”
หลังสัมผัสได้ถึงความเปลี่นแปลงราวพลิกฟ้าคว่ำดินในร่าง สองตาต้วนหลิงเทียนก็สว่างไสวขึ้นมาดั่งดาราสุกสกาวกลางฟ้ายามราตรีกาล สีหน้ายังเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี