และหลังต้วนหลิงเทียนทะลวงถึงขอบเขตขุนนางอมตะได้ไม่นาน หลิงเจวี๋ยอวิ๋นที่อยู่ในถ้ำอีกแห่งก็ลืมตาขึ้นมาพร้อมสีหน้ายินดีเช่นกัน
เนื่องเพราะหลังต้วนหลิงเทียนทะลวงด่านพลังได้สักพัก หลิงเจวี๋ยอวิ๋นก็สามารถทะลวงด่านพลังได้เช่นกัน
…
ย้อนกลับไปเมื่อ 1 วันกับอีก 1 คืนก่อนหน้า…
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนกับหลิงเจวี๋ยอวิ๋นพบเจอหุบเขาเหมาะๆและเริ่มขุดถ้ำกันเพื่อกินผลเทพสังเวยสวรรค์นั้น
บริเวณใกล้ๆยอดเขาหมาป่าหอนฟ้า ก็ปรากฏอาคันตุกะไม่ได้รับเชิญ 2 คนมาถึง…
“เหลิ่งเอี้ย หากข้าเดาไม่ผิด ต้วนหลิงเทียนนั่นมันไม่พ้นถูกผู้ที่เป็นจักรพรรดิอมตะกลับชาติมาเกิดหลอกมาที่นี่แน่…ในสายตาข้าสิบในสิบไม่พ้นมันตกอยู่ในเงื้อมมือของจักรพรรดิอมตะที่กลับชาติมาเกิดนั่นแล้ว ป่านนี้คงต้องกลายเป็นเครื่องสังเวยต้นไม้เทพสังเวยสวรรค์ไปแล้ว”
น่านฟ้าเหนือยอดเขา ร่างหนึ่งเอ่ยกับอีกร่างที่ลอยข้างๆ
“จะอย่างไรพวกเราก็ลองตระเวนหาแถวนี้สักสิบวันครึ่งเดือนเถอะ…หากไม่พบร่องรอยของมันแล้วจริงๆ พวกเราค่อยกลับกัน”
อีกคนกล่าว
หากต้วนหลิงเทียนมาอยู่ที่นี่ ต้องจดจำคนที่พึ่งพูดทีหลังได้แน่นอน
เนื่องเพราะคนผู้นี้หาใช่ใครอื่นไม่ แต่มันก็คือนักฆ่าขององค์กรมือสังหารกะโหลกเลือด ที่เขาพบเจอด้านนอกเขตนิกายยอมตะเป้าผู่ เหลิ่งเอี้ย!