ได้ยินเสียงของหลิงเจวี๋ยอวิ๋น ต้วนหลิงเทียนก็ดึงสติกลับมาจากอาการเหม่อ จากนั้นจึงพบว่าเขากับหลิงเจวี๋ยอวิ๋นได้เหินร่างเข้าสู่แนวเทือกเขามาแล้ว อีกทั้งมองไปเบื้องหน้ายังเห็นขุนเขาสูงใหญ่ลูกหนึ่ง
เรียกว่ามันใหญ่โตทั้งตั้งตระหง่านโดดเด่นเหนือเขาลูกใด ประหนึ่งหงส์ในฝูงไก่!
ที่สำคัญที่สุดก็คือ มองไปแวบแรก ขุนเขาสูงชันตระหง่านนี้ แลดูเหมือนหมาป่ากำลังนั่งเชิดหน้าขึ้นมองฟ้า อ้าปากกระหายเลือดเห่าหอนออกมาปานจะร่ำร้องให้ดังก้องสวรรค์
จากนั้นต้วนหลิงเทียนก็พบว่าเหล่าผู้คนที่เหินร่างอยู่ด้านหน้าเขากับหลิงเจวี๋ยอวิ๋น ก็ได้โรยตัวลงไปจากฟากฟ้า และลงจอดยังยอดเขาหมาป่าชูคอหอนฟ้านั่น
ถึงแม้ยอดเขาจะมีรูปลักษณ์เสมือนปลายจมูกของหมาป่า จนแลดูไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่ทั้งหมดเป็นเพราะยังอยู่ห่างไกล พอเหินร่างเข้าไปใกล้มากเข้า ก็พบว่ามันช่างกว้างใหญ่เหลือเกิน กระทั่งให้ผู้คนนับหมื่นมายืนรวมตัวกันบนนั้นยังไม่แออัด เรียกว่าเหลือพื้นที่ให้นอนกลิ้งเล่นได้หลายตลบด้วยซ้ำ
“ลงไปกันเถอะ”
หลิงเจวี๋ยอวิ๋นเอ่ยทักต้วนหลิงเทียน จากนั้นก็เหินร่างลงไปยังยอดเขาด้านล่าง ที่เสมือนส่วนจมูกของหมาป่าชูคอหอนฟ้านั่น…
ตุบ!
ต้วนหลิงเทียนที่โรยตัวตามหลิงเจวี๋ยอวิ๋นลงมา ก็มาหยุดยืนบนยอดเขาข้างหลิงเจวี๋ยอวิ๋น