์อวี้โซ่วจิบสุราพลางกล่าวอย่างไม่พอใจยิ่ง“เขานี่หยาบคายเกินไป ไปมาไม่ทักทายพี่เหลียงก่อนเลย ไม่มีใครในสายตาจริงแท้”
“อาจมีเรื่องด่วนก็เป็นได้” เหลียงเซียวหงก็ไม่พอใจที่อีกฝ่ายเมินตนเช่นกัน
แต่อีกฝ่ายก็เป็นศิษย์สำนักหลอมโอสถ เป็นสำนักของนักหลอมยาซึ่งยิ่งใหญ่สูงสุดในโลกหล้าผู้ฝึกตน สามารถหลอมโอสถระดับสูงหายากได้มากมาย มีสถานะพิเศษเกินใคร ไร้ขุมกำลังใดกล้าล่วงเกิน
“มีเรื่องด่วนแล้วทำไม แค่พูดสักคำ…”
ขณะที่องค์ชายจากราชวงศ์อวี้โซ่วกำลังบ่นอุบ บริวารผู้หนึ่งก็สาวเท้าเดินอย่างรีบเร่งเข้ามาหา ก่อนจะกระซิบบางสิ่งข้างหูองค์ชาย
“อะไรนะ!”
องค์ชายจากราชวงศ์อวี้โซ่วพลันผุดลุก หลังจากยืนจังงังอยู่นานเขาก็พลันเอ่ยปาก “เราราชวงศ์อวี้โซ่วมีธุระ ไปก่อนนะ”
ว่าแล้ว เขาก็หันกายจรจากทันที
ปวงชนล้วนดูงงงวย
เกิดอะไรขึ้น?
มิใช่เขาเพิ่งบอกหรือว่าบุตรศักดิ์สิทธิ์ของสำนักหลอมโอสถทำตัวหยาบคาย ไฉนตัวเขาจึงไปมาไม่ทักทายเหมือนกันเล่า?
อึดใจต่อจากนั้น ก็มีผู้ออกจากงานเลี้ยงคนแล้วคนเล่า กระทั่งยอดฝีมือจากขุมกำลังใหญ่บางคนยังลุกจากโต๊ะตามกัน ดูพิกลยิ่งนัก
“สหายจาง พวกเจ้าทำเช่นนี้หมายความเช่นไร?”
เดิมที วันนี้เหลียงผิงเบิกบานยิ่งนัก เขาอวดโอ่ถึงบุตรตนตลอดงานเลี้ยงขณะกล่าวถึงการร่วมมือกับขุมกำลังต่าง ๆ
ทว่าแขกเหรื่อต่างพาลุกจากไปตามกัน เขาจึงตระหนักแล้วว่ามีบางสิ่งผิดปกติ และเรียกผู้ฝึกตนคนหนึ่งซึ่งพอจะมีมิตรภาพกับตน