สำหรับชายหนุ่มอีกคนในชุดสีเทานั้น ใบหน้าของมันเย็นชาเหลือเกิน สายตายังเผยความไร้แยแสราวไม่เห็นหัวใคร ทั่วร่างแผ่ความรู้สึกยากเข้าถึง ปานจะผลักไสผู้อื่นให้ถอยห่างไปพันลี้
ทั้ง 2 คนที่ว่าก็คือต้วนหลิงเทียนกับหลิงเจวี๋ยอวิ๋นที่เดินทางจากหลิงหลัวเทียนมายังอวี้หวงเทียนด้วยค่ายกลเคลื่อนย้ายข้ามระนาบบเทวโลกนั่นเอง
“ข้างหน้าสมควรเป็นเมืองอวี้เฟิง”
ทันใดนั้นในสายตาทั้งคู่ ก็แลเห็นจุดดำจุดหนึ่งที่กำลังขยายใหญ่ขึ้นทุกขณะ และเพียงไม่กี่อึดใจเค้าโครงเมืองๆหนึ่งก็เริ่มปรากฏให้เห็นเด่นชัด
“ดูเหมือนพวกเราจะมาถึงก่อนเวลานัดหมายล่วงหน้าเป็นเดือน…แบบนี้ก็ดี จะได้ทำความคุ้นเคยกับเมืองอวี้เฟิงนี่ก่อน แถมยังอาจได้รู้คร่าวๆว่าจักรพรรดิอมตะที่กับชาติมาเกิดนั่นมันชวนคนมาเท่าไหร่กันแน่”
หลิงเจวี๋ยอวิ๋นกล่าว
“อืม”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า ขณะเดียวกันก็บังเกิดความสนใจนัก ว่าแดนลับที่จักรพรรดิอมตะกลับชาติมาเกิดนั่นปลูกต้นไม้เทพสังเวยสวรรค์เอาไว้อยู่ไหน
ในเมื่ออีกฝ่ายนัดหมายให้ทุกคนมาพบกันที่เมืองอวี้เฟิง ย่อมหมายความว่าแดนลับดังกล่าวสมควรอยู่ในเขตคฤหาสน์เอี้ยนซาน!